Tag Archives: สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ที่ดีต้องเป็นคนที่มีใจอยากที่จะช่วยเหลือทั้งคนและสัตว์

อาชีพทุกอาชีพมีความสำคัญในสังคมทั้งหมด การเป็นสัตวแพทย์ก็คือได้ช่วยสัตว์ที่ขาดโอกาสในการรักษาและการช่วยเหลือเมื่อพวกเขาบาดเจ็บ ซึ่งในปัจจุบันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพราะตอนนี้คนเห็นสัตว์เป็นเพื่อนจากที่แต่ก่อนจะเห็นสัตว์ก็คือสัตว์ตัวหนึ่งไม่ได้ให้การดูแลเอาใจใส่ ในบางครั้งที่เอาสัตว์มารับการรักษาหมอได้อธิบายไปเยอะแยะมากมายแต่ก็ไม่ได้นำไปปฏิบัติตาม แต่ปัจจุบันไม่ใช่อย่างนั้นทำให้ทำงานง่ายขึ้น และสิ่งที่สำคัญคือต้องรักษาทั้งสัตว์พร้อมกับเจ้าของควบคู่ไปด้วย

บุคลิกของสัตวแพทย์ ไม่จำเป็นต้องรักสัตวแต่ต้องเป็นคนที่มีใจอยากที่จะช่วยเหลือทั้งคนและสัตว์ พยายามอธิบายให้เจ้าของเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าของหลายๆคนคิดว่าการมาหาหมอแค่ครั้งเดียวต้องหาย ต้องมีการอธิบายให้เข้าใจ เรื่องการพูดคุยกับเจ้าของสัตว์ที่สำคัญพอๆ กับการรักษา เพราะสัตว์ไม่สามารถปฏิบัติตามหรือบอกได้ว่าเขามีอาการอย่างไร เจ็บปวดมากแค่ไหนเจ้าของต้องคอยสังเกตอาการ และร่วมรักษาไปพร้อมๆ กันไม่อย่างนั้นสัตว์จะหายช้า หรืออาจจะไม่หาย สัตวแพทย์จึงจำเป็นต้องเป็นคนที่พูดเก่งสามารถโน้มน้าว น่าเชื่อถือ และมีความรู้มากพอที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับเจ้าของสัตว์ เพื่อนำไปปฏิบัติตามหยิบยกประเด็นที่น่าสนใจมาเล่า ซึ่งการทำให้สำเร็จนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก จึงต้องมีการฝึกในเรื่องของการสื่อสารให้ได้ประสิทธิภาพอยู่เสมอ

สัตวแพทย์จะได้รับค่าตอบแทนการทำงานเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา โดยผู้ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานจะได้รับเงินเดือนเริ่มต้นที่ประมาณ 18,000 บาท และจะได้เพิ่มขึ้นตามประสบการณ์การทำงาน หากขยันทำงานนอกเวลาก็จำได้ค่าโอทีเพิ่ม โดยปกติจะทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง อาจต้องทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์และวันหยุด แล้วแต่หน่วยงานที่ประจำอยู่ นอกจากผลตอบแทนในรูปเงินเดือนแล้วในภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนอาจได้รับผลตอบแทนในรูปอื่น เช่นค่ารักษาพยาบาล เงินสะสม เงินช่วยเหลือสวัสดิการในรูปต่างๆ เงินโบนัส เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีเงินทุนสามารถประกอบธุรกิจส่วนตัวโดยรายได้ที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับความสามารถ ความอุตสาหะ และทำเลของสถานที่ประกอบธุรกิจ

บทบาทสัตวแพทย์สามารถทำอะไรได้บ้าง


1. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์ทางพยาธิคลินิก งานด้านนี้นับได้ว่าเป็นหัวใจของนักเทคนิคการสัตวแพทย์เลยก็ว่าได้ ห้องปฏิบัติการพยาธิคลินิกนั้นประกอบไปด้วยหน่วยย่อยอีกหลายหน่วยอาทิ งานด้านโลหิตวิทยา งานด้านเคมีคลินิก งานด้านเซลล์วิทยา เป็นต้น ตัวอย่างที่ส่งมาในห้องปฏิบัติการนั้นในอดีตจะใช้บุคลากรที่จบการศึกษาด้านอื่นมาทำการตรวจ จึงทำให้ขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการเกิดโรค ซึ่งนักเทคนิคการสัตวแพทย์ได้ผ่านการเรียนในรายวิชาหลักพยาธิวิทยาและพยาธิวิทยาคลินิกมาก่อนแล้วจึงสามารถมองเห็นภาพกลไกการเกิดโรคได้อย่างชัดเจนและสามารถเสนอแนะแนวทางในการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติมอันจะเป็นประโยชน์แก่การวินิจฉัยโรคได้

2. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์ทางปรสิตวิทยาทางสัตวแพทย์ ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในเขตร้อน ปัญหาทางด้านการระบาดของปรสิตชนิดต่างๆ เป็นปัญหาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเลี้ยงสัตว์ในบ้านเรา การวินิจฉัยทางปรสิตนั้นจะต้องอาศัยกระบวนการเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องจึงจะช่วยให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งนักเทคนิคการสัตวแพทย์ได้ผ่านการเรียนในรายวิชาวิทยาหนอนพยาธิ ปรสิตภายนอกและโปรโตซัวที่เป็นปรสิต ปรสิตวิทยาคลินิก ซึ่งในรายวิชาดังกล่าวจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับชีพจักร สัณฐานวิทยาของปรสิตและวงจรการติดโรค ตลอดจนเทคนิคการตรวจหาปรสิตจากตัวอย่างอุจจาระ จากความรู้ดังกล่าวนี้เองจะเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคและการวางแผนควบคุมป้องกันโรคปรสิตมิให้แพร่ระบาดต่อไปได้

3. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาคลินิกทางสัตวแพทย์ ในปัจจุบันปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อนับเป็นปัญหาที่สำคัญและมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการอุบัติใหม่ของเชื้อจุลชีพ การอุบัติซ้ำ หรือการดื้อต่อยาต้านจุลชีพ สัตวแพทย์ผู้ควบคุมโรคจะต้องอาศัยผลการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและจะได้วางแผนในการควบคุมโรคต่อไป ซึ่งนักเทคนิคการสัตวแพทย์สามารถช่วยงานดังกล่าวได้เป็นอย่างดีเพราะได้เรียนรู้เกี่ยวกับจุลชีพชนิดต่างๆมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่มีความรู้ในกระบวนการผลิตเนื้อสัตว์ ระบาดวิทยา ภูมิคุ้มกันวิทยา อณูชีววินิจฉัย และการดื้อยาต่อสารต้านจุลชีพมาเป็นอย่างดี

4. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อและความสมบูรณ์พันธุ์ ตลอดจนจัดเก็บน้ำเชื้อในรูปแช่แข็ง สถานการณ์ในโลกปัจจุบันที่มีประชากรเพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม ความต้องการอาหารที่เพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีการเกษตรกรรมมากประเทศหนึ่ง การผลิตอาหารป้อนชาวโลกนั้นจะต้องเน้นที่ผลผลิตที่สูง ต้นทุนต่ำ การได้สัตว์ที่มีสายพันธุ์ดีจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง นักเทคนิคการสัตวแพทย์มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาในด้านการเก็บรักษาน้ำเชื้อและการตรวจความสมบูรณ์พันธุ์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจเซลล์จากระบบสืบพันธุ์เพื่อหาระยะที่เหมาะสมสำหรับการผสมพันธุ์ได้อีกด้วย

5. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของน้ำนม ผลิตภัณฑ์นม น้ำนมนับเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงและสามารถผลิตได้ในประเทศไทย การมีน้ำนมคุณภาพดีให้ผู้บริโภคได้ดื่มนั้นจะทำให้ผู้บริโภคได้รับคุณค่าจากน้ำนมอย่างเต็มที่ นักเทคนิคการสัตวแพทย์สามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำนมทั้งในด้านกายภาพ องค์ประกอบของน้ำนม ตลอดจนการปลอมปนและการปนเปื้อนจากจุลชีพชนิดต่างๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ทั้งนี้นักเทคนิคการสัตวแพทย์จะต้องอาศัยองค์ความรู้ในด้านการจัดการการเลี้ยงสัตว์ การผลิตและการขนส่ง ตลอดจนโรคติดต่อที่มากับน้ำนมเพื่อปรับปรุงและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตน้ำนมได้

6. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของซากสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่านักเทคนิคการสัตวแพทย์นั้นเป็นผู้ที่มีความรู้ในกระบวนการผลิตสัตว์ การสัตวแพทย์สาธารณสุข จุลชีววิทยา รวมถึงกายวิภาคศาสตร์ของสัตว์ ซึ่งองค์ความรู้ด้านต่างๆเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานที่ใช้ในการตรวจคุณภาพซากตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศได้บริโภคเนื้อสัตว์ที่สด สะอาดและปราศจากการปนเปื้อนได้

7. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพอาหารสัตว์และการปลอมปน กระบวนการผลิตสัตว์นั้นอาหารสัตว์นับเป็นต้นทุนหลักในการบริหารจัดการ การลดต้นทุนในการผลิตอาหารสัตว์นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้เลี้ยงสัตว์มีผลประกอบการที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่เกษตรกรส่วนหนึ่งที่มีการผสมอาหารสัตว์ใช้เองมักประสบปัญหาการปลอมปนของสิ่งแปลกปลอมรวมถึงสารเคมีต่างๆในอาหารสัตว์ ซึ่งทำให้สัตว์มีการเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเกษตรกรขาดความรู้ในด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ นักเทคนิคการสัตวแพทย์จะเป็นผู้ที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรเหล่านั้นได้โดยการนำเอาองค์ความรู้ด้านโภชนศาสตร์สัตว์ และการตรวจวิเคราะห์อาหารสัตว์ไปใช้ในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้

8. บทบาทด้านการบริหารจัดการงานด้านธนาคารเลือด ธนาคารเลือดในสัตว์นับเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเหลือชีวิตสัตว์ให้มีชีวิตรอดต่อไปได้ สัตว์ที่ประสบอุบัติเหตุ สัตว์ที่ติดเชื้อปรสิต หรือสัตว์ที่ต้องทำการผ่าตัด ล้วนแล้วแต่มีความต้องการการสำรองเลือดทั้งสิ้น นักเทคนิคการสัตวแพทย์ผู้มีความรู้ในด้านโลหิตวิทยา ธนาคารเลือดในสัตว์ และภูมิคุ้มกันวิทยาจะสามารถช่วยเหลือสัตว์เหล่านั้นได้โดยการเก็บสำรองเลือด การแยกองค์ประกอบของเลือดเพื่อนำไปใช้ตามความต้องการของสัตว์ การตรวจความเข้ากันได้ของเลือด ตลอดจนการติดตามเฝ้าระวังภายหลังการให้เลือดในสัตว์

9. บทบาทด้านการควบคุมกำกับดูแลและทดสอบการติดเชื้อในห้องเลี้ยงสัตว์ทดลอง เทคนิคการสัตวแพทย์เป็นสาขาที่มีบทบาทสำคัญในด้านวิทยาศาสตร์สัตว์ทดลองเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นหลักสูตรเดียวที่มีการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ในประเทศไทย จึงทำให้มีบัณฑิตหลายคนเข้าไปอยู่ในส่วนของการเลี้ยงสัตว์ทดลองทั้งในสถาบันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก AAALAC หรือสถาบันอื่นๆที่มีการใช้สัตว์ทดลอง ซึ่งในส่วนนี้บัณฑิตเทคนิคการสัตวแพทย์สามารถดูแลได้ทั้งการเลี้ยงสัตว์ การป้องกันการติดเชื้อ การติดตามประเมินผลสุขภาพสัตว์และการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์

10. บทบาทด้านการดูแลพยาบาลสัตว์ป่วย การดูแลสัตว์ป่วยหรือการพยาบาลสัตว์นั้นนับเป็นพันธกิจสำคัญอีกส่วนหนึงของนักเทคนิคการสัตวแพทย์ หรือที่เรียกกันว่า Veterinary nurse ซึ่งศาสตร์ด้านนี้ยังใหม่สำหรับคนไทย ซึ่งแต่เดิมเคยใช้ผู้ที่จบการศึกษาไม่ตรงสายหรือใช้ผู้ที่มีคุณวุฒิระดับต่ำมาช่วยงาน แต่การมีนักเทคนิคการสัตวแพทย์ไปช่วยในการพยาบาลสัตว์นั้นหลายที่มีเสียงชมมาว่าสามารถช่วยผ่อนแรงสัตวแพทย์ได้เป็นอย่างมากและช่วยงานได้อรรถประโยชน์จริงๆ และไม่ต้องมีอาการหัวเสียกับการเตรียมของที่ไม่ได้ดังใจ

11. บทบาทด้านการจัดการห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัยและการถ่ายภาพรังสี งานด้านรังสีนั้นเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวินิจฉัยโรคสัตว์ นอกจากงานรังสีแล้วปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆที่ช่วยในการวินิจฉัยแช่น ultrasound, CT scan ซึ่งเทคนิคต่างๆ เหล่านี้จะต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญในการใช้เครื่องมือเป็นอย่างยิ่ง การได้มาซึ่งภาพจากรังสีวินิจฉัยนั้นสัตวแพทย์จะเป็นผู้กำหนดลักษณะของภาพว่าต้องการได้ภาพในระนาบใดบ้าง นักเทคนิคการสัตวแพทย์เป็นผู้หนึ่งที่สามารถทำงานด้านนี้ได้เป็นอย่างดี ในต่างประเทศยังมีการเรียนการสอนเกี่ยวกับด้านวิสัญญีให้กับนักเทคนิคการสัตวแพทย์ เพื่อใช้ในการช่วยทำการถ่ายภาพรังสีวินิจฉัยจะได้ง่ายขึ้น ไม่ทำให้สัตว์ต้องเจ็บปวดทรมานมาก

12. การทำธุรกิจส่วนตัว มีธุรกิจหลายประเภทที่ชาวเทคนิคการสัตวแพทย์สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฏหมาย เช่น การทำสปา การตัดขน การขายอาหารสัตว์รวมถึงอุปกรณ์การเลี้ยงสัตว์ แต่ต้องมีการขออนุญาตอย่างถูกกฏหมายเสียก่อน องค์ความรู้ในเรื่องโภชนศาสตร์ โรคและการจัดการ ภูมิคุ้มกันวิทยา พยาธิวิทยา จะเป็นประโยชน์สำหรับชาวเทคนิคการสัตวแพทย์ในการช่วยให้คำปรึกษากับลูกค้าได้เป็นอย่างดี อันจะเป็นจุดเด่นในการทำธุรกิจได้

จากที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นบทบาทของนักเทคนิคการสัตวแพทย์ส่วนหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในอาชีพที่แตกต่างกันออกไป

เตรียมตัวก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพสัตวแพทย์

ก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพ อะไรเป็นสิ่งที่เด็กสัตวแพทย์ต้องเจอะเจอในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อเข้ามาในคณะสัตวแพทย์ศาสตร์แล้ว ต้องเริ่มเรียนรู้สัตว์ทุกชนิด โดยมีเกณฑ์ไม่ต่างจากหมอคน คือ เรียนพื้นฐาน 6 ปี แล้วค่อยไปหาความเชี่ยวชาญทีหลัง

“คนที่จะมาเรียนต้องไม่รังเกียจสัตว์ มีความอ่อนโยน เมตตา มีความเข้มแข็งและแข็งแรงพอสมควร เพราะจะต้องมีการจับ ควบคุมสัตว์ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนขนาดใหญ่ เล็กที่สุดก็ต้องมีความอ่อนโยน ขนาดใหญ่ก็ต้องมีความแข็งแรง เช่น ปศุสัตว์ หรือสัตว์ป่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมีความทุ่มเท ตั้งใจ เพราะว่าเราเลือกเรียนเฉพาะชนิดไม่ได้ เราต้องเรียนพื้นฐานสัตว์ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มนั้นๆ ก็จะต้องรู้จักที่จะเปรียบเทียบ หาจุดเด่นที่จะจดจำหรือนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพ”

ส่วนเหตุการณ์ที่นักศึกษาแพทย์ในคณะสัตวแพทย์ต้องเจอคือการทำเมตตาฆาตหรือในทางแพทย์เรียกว่าการุณฆาต เป็นการทำให้สัตว์จากไปอย่างสงบ ปราศจากความทุกข์ทรมาน ทุรนทุรายโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพราะหัวใจของการเป็นสัตวแพทย์ก็คือ มุ่งให้เกิดสวัสดิภาพทั้งกายและใจแก่สัตว์ ดังนั้นการเจ็บปวดทรมานจะต้องไม่เกิดขึ้น การทำเมตตาฆาตก็เท่ากับเป็นการทำให้สัตว์หลับอย่างสบายโดยไม่ต้องทรมาน ซึ่งเหตุการณ์นี้จะเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมของนักสัตวแพทย์

“คนเป็นสัตวแพทย์ต้องรู้ ถ้าถึงจุดหนึ่งที่เราดูแลรักษาไม่ได้เราต้องเป็นคนพิจารณาว่าสัตว์ตัวนั้นจะต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปหรือไม่ คืออำนาจหน้าที่ เป็นเกียรติของสัตวแพทย์ในการพิจารณาชี้ขาดทำเมตตาฆาตในสัตว์ เพราะการปล่อยให้สัตว์ทนทุกข์ทรมานต่อไปถือว่าผิดจรรยาบรรณของหมอสัตว์ เพราะฉะนั้นสัตวแพทย์จะต้องเจอสิ่งเหล่านี้ ถือว่าเป็นหลักเกณฑ์หนึ่งในการเรียน ทุกคนต้องทำ และต้องทำให้ได้”

อดทนเข้าไว้ การเรียนสัตวแพทย์ไม่ใช่เรื่องสนุก หรือฟังแล้วขำๆ ยิ้มๆ แต่เป็นเรื่องที่จะต้องใช้ความรับผิดชอบอย่างสูงสุด แต่อย่างไรก็ตามสัตวแพทย์อันพึงประสงค์ จะต้องเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี สื่อสารกับคนได้เพราะต้องสื่อสารแทนสัตว์ บอกอารมณ์และความต้องการของสัตว์ได้ ต้องเข้มแข็งและอดทนเพราะต้องเจอกับเจ้าของสัตว์สารพัดรูปแบบ

ความสำคัญและความจำเป็นในเชิงธุรกิจของสัตวแพทย์ต่อสัตว์เลี้ยง

ในปัจจุบันบทบาทของสัตวแพทย์ที่นอกเหนือจากการรักษาและดูแลสุขภาพสัตว์ที่เลี้ยงเป็นเพื่อน อาทิ สุนัขหรือแมว หรือปศุสัตว์ต่างๆ ยังมีสัตวแพทย์ที่ดูแลสัตว์ประเภทอื่นๆ ที่มีความสำคัญเช่นกันเช่นสัตว์ป่าทั้งในพื้นที่อาศัย สัตว์ป่าในพื้นที่เพาะเลี้ยงหรือสวนสัตว์ สัตว์เลี้ยงพิเศษ รวมถึงงานการเรียนการสอน และงานวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ชนิดดังกล่าว

15

สัตว์เลี้ยงพิเศษ (exotic pet)ในปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากขึ้นมาก สัตวแพทย์จึงจำเป็นต้องหาความรู้เพิ่มเติมในแต่ละชนิดสัตว์ที่ประชาชนนิยมเลี้ยงในทุกๆวันนี้ เนื่องจากในสถาบันการศึกษามีชั่วโมงที่จะสอนเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงพิเศษค่อนข้างน้อย ดังนั้นนักศึกษาสัตวแพทย์หรือสัตวแพทย์ต้องมีความคิดประยุกต์นำความรู้พื้นฐานที่เรียนมาจากสัตว์อื่นๆ เป็นหลัก ซึ่งไม่ต่างกันในพื้นฐานระหว่างสัตว์ชนิดที่ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ต้องทบทวนหรือหาความรู้เพิ่มคือ ชีววิทยา พฤติกรรม และความต้องการบางอย่างของสัตว์เลี้ยงพิเศษแต่ละชนิดที่จะต่างจากสุนัขหรือแมวที่ใช้เป็นต้นแบบเวลาเรียนในชั่วโมงเรียนซึ่งในจุดนี้แม้ในการเรียนการสอนในห้องบรรยายจะมีน้อย แต่จำเป็นที่ต้องหาความรู้เพิ่มเติม และอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ควรแทรกความรู้เกี่ยวกับสัตว์พิเศษในชั่วโมงอื่นๆเช่น วิชาฝึกงานคลินิก หรือวิชาอื่นๆเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนจากปัญหา จากคำถามที่พบจริง เพื่อทำความเข้าใจ มิใช่เพียงเรียนเพื่อความจำไปสอบจากความรู้ในห้องบรรยายเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นบทบาทของสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงพิเศษเพิ่มเติมคือ การให้ความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงพิเศษเชิงรุกต่อผู้เลี้ยง เพราะสื่ออื่นๆมักเข้าถึงผู้เลี้ยงก่อนสัตวแพทย์เสมอ และบางครั้งอาจทำให้เกิดการเลี้ยงสัตว์อย่างไม่ถูกต้องส่งผลถึงสุขภาพของสัตว์ที่เป็นปัญหา บางครั้งกว่าจะมาถึงสัตวแพทย์ก็รักษาหรือแก้ไขได้ยาก ถ้าผู้เลี้ยงได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลี้ยง ไม่ปรับเปลี่ยนธรรมชาติของสัตว์เหล่านี้ สัตว์ก็จะมีสุขภาพดี ส่งผลถึงการทำงานของสัตวแพทย์ที่ง่ายขึ้นตามมา นอกจากนี้วงการสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงพิเศษควรมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่เสมอเนื่องจากเป็นสังคมที่ไม่ใหญ่นัก ถ้ามีเคสที่พบใหม่มาก็มักจะพบเคสใกล้เคียงตามๆกันมา อีกทั้งเมื่อทราบความรู้หรือกระแสใหม่ๆในการเลี้ยงก็ควรแลกเปลี่ยนกันอยู่เสมอ เพื่อให้สัตวแพทย์มีความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงพิเศษซึ่งมักจะมีการนำสัตว์ใหม่ๆ หรือพบเคสใหม่ๆอยู่เสมอ เนื่องจากความคาดหวังของเจ้าของสัตว์ประเภทนี้ค่อนข้างสูง รวมทั้งมักจะมีความรู้ในสัตว์ที่ตนเลี้ยงเป็นอย่างดี สัตวแพทย์จึงต้องมีความรู้ที่แน่นและอธิบายความปกติ และความผิดปกติได้เป็นอย่างดี เจ้าของสัตว์จึงจะไว้ใจให้สัตวแพทย์ดูแลสัตว์ได้

แนวโน้มในการเติบโตของสาขาอาชีพสัตวแพทย์

kittengale.com

ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน มีข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่มีการติดต่อจากสัตว์ไปยังคนได้มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เพราะสัตว์ก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งของระบบนิเวศ และถือเป็นตัวนำและแพร่เชื้อมาสู่คนได้ ซึ่ง70-80 เปอร์เซ็นต์ มาจากการติดเชื้อจากสัตว์ และในจำนวนหนึ่งก็มาจากโรคที่เกิดจากสัตว์ป่า ทำให้ทุกวันนี้มีโรคใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ อย่างไรก็ตามเราจะไม่สามารถควบคุมโรคได้เลย ถ้าเราไม่มีเหล่าสัตวแพทย์ในการรักษา ดังนั้นสัตวแพทย์จึงเป็นอาชีพหนึ่งที่ช่วยรักษามนุษย์ทางอ้อมผ่านการดูแลรักษาสัตว์

สัตวแพทย์ยังเป็นคณะที่นิยมในหมู่นักศึกษาอยู่ โดยภาพรวมถือว่าไม่ขาดแคลน แต่ในส่วนนี้ยังนิยมที่จะเป็นหมอ ทำให้มีงานว่างหลายตำแหน่ง เช่น นักวิจัยทดลอง การผลิตอาหารสัตว์ แพทย์สัตว์ป่าสัตว์น้ำ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคใหม่ๆที่ติดต่อมาจากสัตว์สู่คน ซึ่งเป็นสาขาอาชีพที่น่าสนใจ และยังไม่มีบุคลากรที่สนใจทางด้านนี้เลย ส่วนหนึ่งที่ทำให้มีคนเรียนน้อย เพราะงานวิจัยในบ้านเรายังไม่ให้ความสำคัญกับสัตวแพทย์ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวนักศึกษาว่าจะมีงานรองรับตนในด้านการวิจัยหรือไม่ มีโอกาสเติบโตน้อย และส่วนหนึ่งยังเชื่อว่าหมอสัตว์ต้องรักษาเพียงแค่สัตว์เท่านั้น ไม่สามารถเป็นได้มากกว่านี้ ทำให้คนทำงานด้านนี้ยังคงขาดแคลน

ผู้ที่จะประกอบอาชีพสัตวแพทย์ควรมีคือการทำเมตตาฆาตหรือในทางแพทย์เรียกว่าการุณฆาต เป็นการทำให้สัตว์จากไปอย่างสงบโดยไม่ทรมาน ใช้กระบวนการทางวิยาศาสตร์ เพราะการเป็นสัตวแพทย์มีหัวใจสำคัญ คือ มุ่งให้เกิดสวัสดิภาพทั้งกายและใจสู่สัตว์ ดังนั้นการทรมานทางด้านร่างกายและจิตใจจึงไม่ควรเกิดขึ้น การทำเมตตาฆาตก็เท่ากับว่าทำให้สัตว์หลับอย่างสบายโดยไม่ทุกข์ทรมาน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ป็นสิ่งที่ยากต่อการเป็นสัตวแพทย์

มนุษย์อยู่คู่กับสัตว์มาช้านานจะเห็นได้ตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์ สัตว์สามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้ในด้านต่างๆ เช่น เป็นเพื่อนคลายเหงา เป็นเพื่อนเล่นให้กับเด็กๆ หรือสัตว์ที่ใช้ปฐมพยาบาลในต่างประเทศ ส่งผลให้ในสมัยนี้เริ่มมีธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจรับตัดขนสุนัข ธุรกิจรับดูแลสัตว์เลี้ยง ธุรกิจขายเครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าสุนัข รวมไปถึงการเปิดคลินิกรักษาสัตว์ที่เราสามารถเห็นได้อยู่ทั่วไป

ธุรกิจอาชีพสัตวแพทย์ อาชีพที่มีโอกาสในการก้าวหน้าสูง

ทุกวันนี้ในวิชาชีพด้านสัตวแพทย์เรียกได้ว่ายังขาดแคลนบุคลากรอีกมาก สาเหตุเพราะเยาวชนที่มีใจรักสัตว์สนใจจะศึกษาต่อด้านสัตวแพทย์ยังมีอยู่น้อย อาจเป็นเพราะงานวิจัยในประเทศไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับสัตวแพทย์เท่าที่ควร ทำให้นิสิต นักศึกษาไม่มั่นใจว่าการเป็นนักวิจัยหรือการทำงานเพื่อสนับสนุนงานด้านสัตวแพทย์นั้นมีโอกาสเติบโตในสายงานมากน้อยเพียงใด และส่วนหนึ่งยังอาจเข้าใจผิดว่าหมอสัตว์ต้องรักษาแต่เพียงสัตว์เท่านั้น ไม่สามารถเป็นอะไรได้มากกว่านี้ ทั้งที่ความจริงตลาดที่รองรับสายงานนี้กว้างมากกว่าที่คิด และสามารถทำประโยชน์ในด้านบริการสังคมได้อย่างกว้างขวาง
103903287
ประเทศไทยยังต้องการบุคลากรในสาขาสัตวแพทย์อีกมาก เนื่องจากขณะนี้บ้านเราได้เริ่มให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้นทั้งในสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ อีกทั้งมีการพัฒนาการผลิตยาที่ใช้ในสัตว์ การสร้างผลงานวิจัยต่างๆ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีสัตวแพทย์เข้ามาทำงานโดยตรง เมื่อประเทศไทยมีผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานสากลแล้วนั่นจะนำไปสู่การปรับทัศนคติของคนไทยส่วนใหญ่ให้เข้าใจถึงบทบาทของสัตวแพทย์ในสังคมมากขึ้น  ในส่วนนี้จะขอยกตัวอย่างหน้าที่ของสัตวแพทย์ในเรื่องการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยง การดูแลสัตว์เลี้ยงที่แท้จริงนั้นต้องเริ่มตั้งแต่การเลี้ยงดูโดยเจ้าของที่มีความรัก ความรู้  เข้าใจและเอาใจใส่ในความต้องการและลักษณะของสัตว์แต่ละสายพันธุ์ กุญแจสำคัญคือการดูแลสัตว์ให้มีสุขภาพแข็งแรง และป้องกันไม่ให้เกิดโรค ส่วนการรักษาเป็นแค่ปลายทางสำหรับการดูแลเท่านั้น ซึ่งตรงนี้สัตวแพทย์มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่เจ้าของตั้งแต่การเลี้ยงดูจนถึงการรักษาโรคเพื่อให้สัตว์ที่เราเลี้ยงมีความสุขและสามารถอยู่กับเราไปได้นานๆ

ความต้องการผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ  เพราะนอกจากจะประกอบธุรกิจส่วนตัวแล้ว สถานประกอบกิจการภาคเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบกิจการด้าน ปศุสัตว์ ล้วนแต่ต้องพึ่งสัตวแพทย์ในการดูแล และตรวจรักษาทั้งสิ้น ถ้าปีใดเศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวลดลงจะมีผลกระทบต่อตลาดแรงงานในอาชีพนี้บ้าง ปัจจุบัน ประเทศไทยรณรงค์ด้านการสงวนพันธุ์สัตว์ป่า เช่น ช้าง เสือ กระทิง จึงมีสัตวแพทย์ประจำโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าที่พลัดหลง หรือบาดเจ็บ ส่วนผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์นั้นมีเพิ่มขึ้นเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นจะต้องทำให้สินค้ามีคุณภาพและปลอดจากโรค ความต้องการสัตว์แพทย์จึงยังคงมีอยู่และอาจเพิ่มมากขึ้น ถ้าการส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีผู้นิยมเลี้ยงสัตว์ในบ้านเรือนส่วนบุคคลมากขึ้น ความต้องการสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลหรือคลินิก อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกทั้งโอกาสในการประกอบอาชีพส่วนตัวเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เพราะผู้เลี้ยงสัตว์มักนำสัตว์เลี้ยงของตนไปคลีนิกมากขึ้น  เนื่องจากต้องการความสะดวกรวดเร็วในการตรวจและรักษาสัตว์เลี้ยง

ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงรวมถึงหน้าที่ของสัตวแพทย์ด้วยที่ต้องดูในเรื่องสุขภาพสัตว์

ด้วยสภาพครอบครัวในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปเป็นครอบครัวเดี่ยว ทำให้ “ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยง” มีแนวโน้มว่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนหันมาเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นเพื่อนหย่อนใจและเอาไว้เฝ้าบ้าน ทั้งความน่ารักน่าเอ็นดูของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ก็ได้ผูกใจคนเลี้ยง จนต้องให้ความดูแลเอาใจใส่เหมือนหนึ่งสมาชิกครอบครัว

เห็นได้ว่า ตอนนี้มีธุรกิจและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงผุดขึ้นมามากมาย ตั้งแต่ที่เพาะพันธุ์สัตว์ โรงพยาบาล สัตวแพทย์ อาหาร รับตัดแต่งขน ของใช้กระจุกกระจิกของสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงบริการที่ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่เดิมให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้น เช่น เสื้อผ้าสุนัขและแมวดีไซน์เก๋ ร้านกาแฟที่พาสัตว์เลี้ยงไปชิลด้วยได้ บริการเพ็ทแคร์และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงครบวงจร ฯลฯ

ปัจจุบันธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าตลาดประมาณ 10,500 ล้านบาท โดยตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงกินส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยโรงพยาบาล เวชภัณฑ์ และสุดท้ายคือ บริการด้านสัตว์เลี้ยง ซึ่งกินส่วนแบ่ง 14% ของตลาด (หรือเท่ากับราว 1,400-1,500 ล้านบาท)

อย่างไรก็ดี แม้ว่ากระแสการเติบโตของตลาดนี้จะดูรุ่งโรจน์สดใส แต่การจะเริ่มทำธุรกิจด้านเพ็ทแคร์นั้น ก็ควรคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ ด้านก่อน ทั้งนี้เพื่อป้องการการเพลี่ยงพล้ำเจ็บตัวจากการลงทุน โดยปัจจัยเกี่ยวข้องที่ว่ามีดังต่อไปนี้

1. ควรมีที่ปรึกษาด้านการดำเนินธุรกิจ การธนาคาร บัญชี และนักวิชาการสัตว์เลี้ยงด้วย นอกจากนั้นควรอ่านหนังสือ เข้าฝึกอบรม ดูงานร้าน pet shop ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนเปิดร้านจริง

2. เลือกทำเลเปิดร้านอย่างระมัดระวัง โดยคุณต้องแน่ใจว่า ทำเลที่เลือกนั้นมีความเหมาะสมต่อการค้าขาย บางคนอาจใช้ที่บ้านของตนเองก็ได้ (เพราะไม่ต้องเสียค่าเช่า-ค่าเซ้ง) ซึ่งถ้าหน้าร้านอยู่ในทำเลที่มีคนผ่านไปมามากแล้ว ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ถ้าอยู่ในซอยลึกๆ ก็คงขายได้แต่คนแถวๆ นั้น

3. วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร ดูคู่แข่งว่ามีมากน้อยแค่ไหน ลูกค้าของคุณเป็นใคร แล้วคุณจะตัดสินได้ว่าควรทำตลาดในระดับใด (วางตำแหน่งทางการตลาดของตนไว้ที่ไหน) เพื่อจะได้สร้างทางเลือกใหม่ๆ หรือสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น

นอกจากปัจจัยทางธุรกิจข้างต้นแล้ว ความคิดสร้างสรรค์ในการให้บริการแบบใหม่ และการออกแบบสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อเพิ่มมูลค่าและความแตกต่าง ก็จะยิ่งทำให้ธุรกิจเพ็ทแคร์ของคุณโดดเด่นมากขึ้น

เศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวลดลงจะมีผลกระทบต่อตลาดแรงงานในอาชีพสัตวแพทย์

สัตวแพทย์ คือ หมอรักษาสัตว์

แค่รักหมาชอบแมวไม่ได้หมายความว่าเราจะรักอาชีพนี้ เริ่มจากถามใจตัวเองว่ารักและสนใจในด้านนี้จริงๆ หมอหมาก็เหมือนหมอคนนั่นแหละต้องทำงานกับสัตว์ป่วย ต้องสัมผัสทั้งเลือด หนอง อึ ฉี่ ของสัตว์ต่างๆที่ป่วย เชื้อโรคที่มากับสัตว์ ความสกปรกที่จะต้องเจอทุกวันๆ นอกจากเมตตาแล้วต้องอดทนและมีจรรยาบรรณในการรักษาสัตว์ เพราะหมามันฟ้องเจ้าของไม่ได้ซะด้วยว่าคุณหมอไม่ได้สนใจตรวจโรคหนูเลย สัตว์พูดไม่ได้ เวลาป่วย ไม่สบาย ไม่สามารถบอกอาการและความเจ็บป่วยของตัวเองเหมือนคน ดังนั้นคุณสมบัติที่สำคัญมากของหมอหมาคือ ใจรักสัตว์และช่างสังเกตเพื่อค้นหาอาการผิดปกติเพื่อที่จะรักษาสัตว์ให้หายดี

ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ทำงานในสถานที่ที่เหมือนกับสำนักงานทั่วไปโดยมีห้องรักษาสัตว์ที่มีเตียงตรวจและอุปกรณ์สำหรับการรักษาหรือบางครั้งต้องออกทำงานนอกสถานที่ในกรณีที่ไม่สามารถนำสัตว์มาที่คลินิกได้ หรือทำงานนอกสถานที่ในกรณีที่ต้องทำงานป้องกันโรคระบาดหรือตรวจเยี่ยมตามบ้านหรือฟาร์มของเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ การตรวจรักษาสัตว์ต้องระมัดระวังสัตว์ที่ดุร้ายหรือกลัวและโกรธ ซึ่งมีโอกาสกัดหรือทำร้ายได้  ผู้ประกอบอาชีพนี้ต้องเข้าใจธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิดเพื่อที่จะได้ทำการตรวจรักษาได้อย่างปลอดภัย

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ

1. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาสัตวแพทย์ศาสตร์
2. มีนิสัยรักสัตว์และรักที่จะประกอบอาชีพนี้
3. มีทัศนคติที่ดีต่อองค์กรและเพื่อนร่วมงาน
4. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อดทน เพราะในบางครั้งต้องดูแลสัตว์ขนาดใหญ่
5. ต้องมีความสนใจในวิชาชีววิทยาและสามารถสอบได้คะแนนสูงในวิชานี้
6. มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานตรวจโรคและให้การรักษาโดยใช้ยาหรือผ่าตัดสัตว์ที่เจ็บป่วย บาดเจ็บหรือต้องการรับการรักษา
7. มีความละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกตสนใจกระตือรือร้นในการ ทำงาน สนใจแสวงหาความรู้ใหม่ๆ
8. มีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ กล้าตัดสินใจ รับผิดชอบในการทำงาน

ความต้องการผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้

ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนอกจากจะประกอบธุรกิจส่วนตัวแล้ว สถานประกอบกิจการภาคเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์และผู้ประกอบกิจการด้านปศุสัตว์ล้วนแต่ต้องพึ่งสัตวแพทย์ในการดูแลและตรวจรักษาทั้งสิ้น ถ้าปีใดเศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวลดลงจะมีผลกระทบต่อตลาดแรงงานในอาชีพนี้บ้าง ปัจจุบันประเทศไทยรณรงค์ด้านการสงวนพันธุ์สัตว์ป่า จึงมีสัตวแพทย์ประจำโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าที่พลัดหลงหรือบาดเจ็บ ส่วนผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์นั้นมีเพิ่มขึ้นเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นจะต้องทำให้สินค้ามีคุณภาพและปลอดจากโรค ความต้องการสัตว์แพทย์จึงยังคงมีอยู่และอาจเพิ่มมากขึ้น ถ้าการส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้น