การพัฒนาสู่ยุคดิจิตอลของโรงพยาบาลสัตว์ เพื่อเพิ่มความสะดวกที่มากขึ้น

อีกไม่นานโรงพยาบาลสัตว์ จะปรับระบบเอกซเรย์ของโรงพยาบาลเป็นระบบ digital ทั้งหมด หมายถึงว่าเราสามารถเรียกดูภาพเอกซเรย์จากที่ห้องตรวจหรือที่หน่วยสัตว์ป่วยในได้เลยโดยผ่านระบบคอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ ไม่จำเป็นต้องพิมพ์ฟิลม์ออกมาให้สิ้นเปลือง เหมือนกล้อง digital ที่ปัจจุบันเราใช้แทนกล้องที่ใส่ฟิล์มแบบเดิม โดยดูได้จากจอคอมพิวเตอร์ สามารถดึงภาพและผลมาดูเปรียบเทียบได้ง่าย สะดวกต่อการจัดเก็บ ลดแรงงานในการค้นหาและการล้างฟิลม์ได้ ทำให้การทำงานสะดวก รวดเร็วมากขึ้น และสามารถใช้ความสามารถของเทคโนโลยีต่างๆปรับปรุงคุณภาพของภาพต่างๆ และดึงประโยชน์ของภาพมาใช้งานได้สูงสุด

เดิมการเอกซเรย์ต้องใช้ฟิลม์เป็นตัวรับภาพและนำไปล้างผ่านขั้นตอนต่างๆ หากภาพที่ได้มีคุณภาพไม่เพียงพอ จะต้องเริ่มขบวนการใหม่ตั้งแต่ถ่าย และล้างฟิล์มจนได้ภาพ ซึ่งปัจจุบัน เราจะเปลี่ยนจากใช้ฟิลม์เป็นตัวรับภาพเป็นระบบ digital ที่คาสเซทแล้วนำไปอ่านภาพที่เครื่องอ่าน คล้ายๆว่าไปสแกน แล้วได้ภาพเอกซเรย์ขึ้นที่จอ ให้เจ้าหน้าที่ได้ปรับแต่งภาพให้มีคุณภาพสูงสุด แล้วส่งไปเก็บใน Server ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่ใช้เก็บภาพทั้งหมด โดยสามารถเรียกมาดูเมื่อไรก็ได้ หรือส่งไปอ่านหรือปรึกษาได้ ไม่ต้องมีฟิลม์ ไม่ต้องล้าง ไม่ต้องจัดเก็บฟิล์ม ไม่มีปัญหาฟิลม์หาย แต่ไประวังระบบคอมพิวเตอร์ล่มหรือเสียแทน ทำให้สะดวกและรวดเร็วขึ้นอย่างมาก เช่น เดิมสัตว์หนึ่งตัวมาถ่ายเอกซเรย์ต้องใช้เวลาแต่ละขั้นตอนรวมประมาณ 5-10 นาทีแล้วแต่จำนวนภาพที่ถ่าย แต่ระบบ digital ที่ใช้ในปัจจุบันลดเวลาลงได้กว่าครึ่ง คือใช้เวลาประมาณ 1-3 นาที เท่านั้นเอง แต่รูปแบบนี้ก็ยังไม่ใช่ระบบ Digital เต็มรูปแบบ แต่สามารถใช้ร่วมกับระบบเดิมที่มีอยู่ได้ (เครื่องเอกซเรย์) และราคาเครื่องไม่แพงมากนัก

ในอนาคตทางโรงพยาบาลสัตว์ ได้นำอีกรูปแบบหนึ่งของระบบเอกซเรย์ digital คือใช้ตัวรับภาพเป็น digital เลยได้ภาพขึ้นจอหลังเอกซเรย์ทันที ไม่ต้องผ่านเครื่องอ่าน จะเร็วกว่าระบบเดิมขึ้นอีก คือใช้เวลาต่อภาพประมาณ 5-10 วินาที เรียกว่าเจ้าของสัตว์ยังเดินกลับไปไม่ถึงห้องตรวจหมอก็สามารถเรียกดูฟิลม์ได้แล้ว นี่เป็นอีกก้าวหนึ่งของความเชี่ยวชาญงาน และแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในบริการของโรงพยาบาลสัตว์ ที่ต้องการบริการสัตว์ป่วยที่ต้องการการบริการจากเราให้สะดวกรวดเร็ว แม่นยำ ทันสมัยตามหลักสากลระบบรับส่งข้อมูลภาพในรูปแบบดิจิตอล

พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมสัตว์

พระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมสัตว์
“สัตว์” หมายความว่า สิ่งมีชีวิตที่มีกระดูกสันหลังซึ่งมิใช่มนุษย์ โดยให้หมายความรวมถึง สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า สัตว์เศรษฐกิจ และสัตว์ทดลอง ตามพระราชบัญญัตินี้ และรวมถึงสัตว์พาหนะ ตามพระราชบัญญัติสัตว์พาหนะด้วย

“สัตว์เลี้ยง” หมายความว่า สัตว์ที่มนุษย์นำมาเลี้ยงไว้และให้น้าให้อาหาร โดยอาจเลี้ยงไว้เพื่อการดูเล่น เพื่อเป็นเพื่อน เพื่อเป็นอาหาร หรือเพื่อการอย่างอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนดและหมายความรวมถึง สัตว์พาหนะ ตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะด้วย แต่ไม่หมายความรวมถึง สัตว์ป่า สัตว์เศรษฐกิจ หรือสัตว์ทดลองตามความหมายของพระราชบัญญัตินี้

“สัตว์ป่า” หมายความว่า สัตว์ป่า ตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า รวมถึงสัตว์ป่าที่มนุษย์ได้รับอนุญาตให้นำมาเลี้ยง และสัตว์ที่เกิดหรือดำรงค์ชีวิตอยู่ในธรรมชาติด้วย

“สัตว์เศรษฐกิจ” หมายความว่า สัตว์ที่มนุษย์เลี้ยงไว้เพื่อประโยชน์ทางการค้า การกีฬา การแสดง หรือการธุรกิจอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด

“สัตว์ทดลอง” หมายความว่า สัตว์ที่มนุษย์เพาะหรือเลี้ยงไว้ เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทุกสาขา

“การทารุณกรรมสัตว์” หมายความว่า การกระทำใดๆ ที่ส่งผลให้สัตว์ต้องได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานโดยไม่จำเป็น ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจของสัตว์ ทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อม รวมถึงการกระทำที่กฎหมายถือว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ด้วย

“ความทุกข์ทรมาน” หมายความว่า ความกดดันทางร่างกายหรือจิตใจ และหมายความรวมถึง ความเจ็บปวด ความกลัว

“สวัสดิภาพสัตว์” หมายความว่า สภาวะทางร่างกายและจิตใจของสัตว์ที่ประเมินได้ ในขณะที่เผชิญกับสภาพแวดล้อม ทั้งที่มนุษย์กระทำให้เกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

“เจ้าของ” หมายความรวมถึงผู้ครอบครอง ในกรณีสัตว์หรือสัตว์ทดลองที่ไม่ปรากฎตัวเจ้าของให้หมายความรวมถึงผู้เลี้ยงและผู้ดูแลด้วย

ทั้งนี้ ศาลมีอำนาจสั่งห้ามมิให้เจ้าของหรือผู้กระทำความผิดนั้นครอบครองสัตว์ หากเห็นว่าสัตว์นั้นอาจจะถูกทารุณกรรมหรือได้รับการจัดสวัสดิภาพสัตว์ที่ไม่เหมาะสมอีก โดยจะมอบให้หน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่เห็นสมควรเป็นผู้ครอบครองหรือดูแลสัตว์นั้นต่อไป ขณะที่บทลงโทษผู้ที่กระทำการทารุณกรรมสัตว์โดยไม่มีเหตุอันสมควร จะได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1 หมื่นบาท ถึง 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยได้เว้นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

นิยามอาชีพสัตวแพทย์

นิยามอาชีพสัตวแพทย์
ตรวจและวินิจฉัยโรคหรืออาการบาดเจ็บของสัตว์ บำบัดรักษาป้องกันและการกำจัดโรคโดยการใช้ยา การผ่าตัด การฝังเข็มหรือใช้รังสีในการรักษา  การผ่าซากสัตว์เพื่อการชันสูตรโรคทำการตอนหรือขยายพันธุ์สัตว์ด้วยเทคนิคที่สามารถป้องกันการแพร่หรือการติดต่อของโรคทางการสืบพันธุ์ ค้นหาข้อมูลเหตุของโรคระบาดหรือโรคติดต่อ พร้อมกับหาทางป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่ไปยังสัตว์หรือจากสัตว์มาสู่คน  รวมถึงการทำงานด้านนิเวศวิทยา สุขศาสตร์การอาหาร มาตรฐานอาหารและปนเปื้อนในอาหารที่มีต้นกำเนิดมากจากสัตว์เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ทำการเพิ่มผลผลิตในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ให้มีประสิทธิภาพและทำการวิจัยและพัฒนาทางด้านสัตวแพทย์

ลักษณะของงานที่ทำ

  1.  ตรวจโรคและให้การรักษาโดยใช้ยาหรือผ่าตัดสัตว์ที่เจ็บป่วย บาดเจ็บหรือต้องให้การรักษา
  2.  ตรวจสัตว์ที่เจ็บป่วยเพื่อดูอาการผิดปกติของสัตว์ สั่งยาหรือให้ยาหรือทำการผ่าตัด
  3. ตรวจร่างกายของโคนมหรือสัตว์อื่นๆ เป็นระยะและฉีดยาป้องกันโรค เช่นอหิวาห์ตกโรคโรคพิษสุนัขบ้าเป็นต้น
  4.  ค้นหามูลเหตุของโรคระบาดและหาทางป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่ไปยังสัตว์
  5. ให้บริการด้านสูติศาสตร์ให้คำแนะนำเจ้าของสัตว์ในด้านสุขศาสตร์ การให้อาหารการผสมพันธุ์และการเลี้ยงดูทั่วๆไป
  6. ผ่าซากสัตว์เพื่อชันสูตรโรค
  7. อาจเชี่ยวชาญในการรักษาสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น สัตว์เลี้ยง โคนม ม้า สัตว์ปีกหรือหมูหรือเชี่ยวชาญทางสัตว์แพทย์ศาสตร์สาขาใดสาขาหนึ่งเช่น ศัลยกรรม หรือรังสีวิทยา เป็นต้น

สภาพการทำงาน 
ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ทำงานในสถานที่ที่เหมือนกับสำนักงานทั่วไป  โดยมีห้องรักษาสัตว์ที่มีเตียงตรวจและอุปกรณ์สำหรับการรักษาหรือบางครั้งต้องออกทำงานนอกสถานที่ในกรณีที่ไม่สามารถนำสัตว์มาที่คลินิกได้ หรือทำงานนอกสถานที่ในกรณีที่ต้องทำงานป้องกันโรคระบาดหรือตรวจเยี่ยมตามบ้านหรือฟาร์มของเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ การตรวจรักษาสัตว์ต้องระมัดระวังสัตว์ที่ดุร้ายหรือกลัวและโกรธ ซึ่งมีโอกาสกัดหรือทำร้ายได้  ผู้ประกอบอาชีพนี้ต้องเข้าใจธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิดเพื่อที่จะได้ทำการตรวจรักษาได้อย่างปลอดภัย

บทบาทของสัตวแพทย์ในปัจจุบัน

ปัจจุบันบทบาทของสัตวแพทย์ที่นอกเหนือจากการรักษาและดูแลสุขภาพสัตว์ที่เลี้ยงเป็นเพื่อนไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว และนกแล้วยังมีสัตว์อีกมากมาย ก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในบ้าน ทุกๆคนภายในบ้านต่างก็ให้ความรัก ความเอาใจใส่เป็นอย่างดีและเมื่อสัตว์เจ็บป่วยก็พาไปรักษา ซึ่งผู้ที่จะคอยดูแลรักษาให้หายจากอาการป่วยนั้นคือ สัตวแพทย์ ทุกวันนี้อาชีพสัตวแพทย์ยังขาดแคลนบุคลากร เนื่องจากเยาวชนที่มีใจรักสัตว์แล้วสนใจที่จะศึกษาต่อในคณะสัตวแพทย์ยังมีอยู่น้อย สืบเนื่องมาจากนิสิตนักศึกษาไม่มั่นใจว่าการทำงานด้านสัตวแพทย์นั้นมีโอกาสเติบโตในสายงานมากน้อยเพียงใด ทั้งที่ความจริงตลาดที่รองรับสายงานนี้กว้าง สำหรับการดูแลสัตว์เลี้ยงนั้นเจ้าของจะต้องให้ความรักดูแลและเอาใจใส่โดยดูแลให้สัตว์มีสุขภาพที่แข็งแรงหรือเมื่อสัตว์เลี้ยงป่วยก็จะต้องนำไปรักษา โดยการให้สัตวแพทย์ตรวจและให้คำแนะนำในการเลี้ยงดูและรักษาโรค ในส่วนของสัตวแพทย์เองนั้นก็ต้องคอยดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านสัตวแพทย์สาธารณสุข ตรวจสอบคุณภาพอาหาร และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มาจากสัตว์ นอกจากนี้ยังต้องศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมโดยการวิจัยและทดลองพร้อมทั้งศึกษาโรคที่อาจจะเกิดจากสัตว์สู่คนอีกด้วย ซึ่งการเรียนด้านสัตวแพทย์นั้นจบออกมาแล้วสามารถที่จะทำงานได้หลายด้านตามความชอบ ความถนัด เป็นเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาสัตว์ในป่า สัตวแพทย์ฟาร์มปศุสัตว์หรืออาจจะเปิดเป็นคลินิก ด้านโอกาสก้าวหน้าในอาชีพสัตวแพทย์เป็นกลุ่มวิชาชีพขาดแคลน ดังนั้นจึงมีงานในตำแหน่งต่าง ๆทั้งภาครัฐและเอกชนรองรับอยู่มาก

จะเห็นได้ว่าสัตวแพทย์มีบทบาทช่วยประชาชนดูแลและรักษาสุขภาพสัตว์ การรักษาโรคระบาดในสัตว์ หรือโรคสัตว์ติดต่อสู่คน ช่วยดูแลความปลอดภัยในอาหารสัตว์ ซึ่งในการเปิดประชาคมอาเซียนนั้นมั่นใจว่าบัณฑิตที่จบทางด้านสัตวแพทย์ของไทยจะก้าวไปทำงานในกลุ่มประเทศอาเซียนได้เป็นอย่างดีเลย เพราะความต้องการผู้ที่จะมาดูแลทางด้านปศุสัตว์ยังมีอีกมาก ดังนั้น มหาวิทยาลัยต่างๆควรจะผลิตบัณฑิตสัตวแพทย์ให้มากขึ้น

 

 

 

สัตวแพทย์ที่ดีต้องเป็นคนที่มีใจอยากที่จะช่วยเหลือทั้งคนและสัตว์

อาชีพทุกอาชีพมีความสำคัญในสังคมทั้งหมด การเป็นสัตวแพทย์ก็คือได้ช่วยสัตว์ที่ขาดโอกาสในการรักษาและการช่วยเหลือเมื่อพวกเขาบาดเจ็บ ซึ่งในปัจจุบันดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพราะตอนนี้คนเห็นสัตว์เป็นเพื่อนจากที่แต่ก่อนจะเห็นสัตว์ก็คือสัตว์ตัวหนึ่งไม่ได้ให้การดูแลเอาใจใส่ ในบางครั้งที่เอาสัตว์มารับการรักษาหมอได้อธิบายไปเยอะแยะมากมายแต่ก็ไม่ได้นำไปปฏิบัติตาม แต่ปัจจุบันไม่ใช่อย่างนั้นทำให้ทำงานง่ายขึ้น และสิ่งที่สำคัญคือต้องรักษาทั้งสัตว์พร้อมกับเจ้าของควบคู่ไปด้วย

บุคลิกของสัตวแพทย์ ไม่จำเป็นต้องรักสัตวแต่ต้องเป็นคนที่มีใจอยากที่จะช่วยเหลือทั้งคนและสัตว์ พยายามอธิบายให้เจ้าของเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าของหลายๆคนคิดว่าการมาหาหมอแค่ครั้งเดียวต้องหาย ต้องมีการอธิบายให้เข้าใจ เรื่องการพูดคุยกับเจ้าของสัตว์ที่สำคัญพอๆ กับการรักษา เพราะสัตว์ไม่สามารถปฏิบัติตามหรือบอกได้ว่าเขามีอาการอย่างไร เจ็บปวดมากแค่ไหนเจ้าของต้องคอยสังเกตอาการ และร่วมรักษาไปพร้อมๆ กันไม่อย่างนั้นสัตว์จะหายช้า หรืออาจจะไม่หาย สัตวแพทย์จึงจำเป็นต้องเป็นคนที่พูดเก่งสามารถโน้มน้าว น่าเชื่อถือ และมีความรู้มากพอที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับเจ้าของสัตว์ เพื่อนำไปปฏิบัติตามหยิบยกประเด็นที่น่าสนใจมาเล่า ซึ่งการทำให้สำเร็จนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก จึงต้องมีการฝึกในเรื่องของการสื่อสารให้ได้ประสิทธิภาพอยู่เสมอ

สัตวแพทย์จะได้รับค่าตอบแทนการทำงานเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา โดยผู้ไม่มีประสบการณ์ในการทำงานจะได้รับเงินเดือนเริ่มต้นที่ประมาณ 18,000 บาท และจะได้เพิ่มขึ้นตามประสบการณ์การทำงาน หากขยันทำงานนอกเวลาก็จำได้ค่าโอทีเพิ่ม โดยปกติจะทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง อาจต้องทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์และวันหยุด แล้วแต่หน่วยงานที่ประจำอยู่ นอกจากผลตอบแทนในรูปเงินเดือนแล้วในภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนอาจได้รับผลตอบแทนในรูปอื่น เช่นค่ารักษาพยาบาล เงินสะสม เงินช่วยเหลือสวัสดิการในรูปต่างๆ เงินโบนัส เป็นต้น สำหรับผู้ที่มีเงินทุนสามารถประกอบธุรกิจส่วนตัวโดยรายได้ที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับความสามารถ ความอุตสาหะ และทำเลของสถานที่ประกอบธุรกิจ

บทบาทสัตวแพทย์สามารถทำอะไรได้บ้าง


1. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์ทางพยาธิคลินิก งานด้านนี้นับได้ว่าเป็นหัวใจของนักเทคนิคการสัตวแพทย์เลยก็ว่าได้ ห้องปฏิบัติการพยาธิคลินิกนั้นประกอบไปด้วยหน่วยย่อยอีกหลายหน่วยอาทิ งานด้านโลหิตวิทยา งานด้านเคมีคลินิก งานด้านเซลล์วิทยา เป็นต้น ตัวอย่างที่ส่งมาในห้องปฏิบัติการนั้นในอดีตจะใช้บุคลากรที่จบการศึกษาด้านอื่นมาทำการตรวจ จึงทำให้ขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการเกิดโรค ซึ่งนักเทคนิคการสัตวแพทย์ได้ผ่านการเรียนในรายวิชาหลักพยาธิวิทยาและพยาธิวิทยาคลินิกมาก่อนแล้วจึงสามารถมองเห็นภาพกลไกการเกิดโรคได้อย่างชัดเจนและสามารถเสนอแนะแนวทางในการตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติมอันจะเป็นประโยชน์แก่การวินิจฉัยโรคได้

2. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์ทางปรสิตวิทยาทางสัตวแพทย์ ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ในเขตร้อน ปัญหาทางด้านการระบาดของปรสิตชนิดต่างๆ เป็นปัญหาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเลี้ยงสัตว์ในบ้านเรา การวินิจฉัยทางปรสิตนั้นจะต้องอาศัยกระบวนการเก็บตัวอย่างที่ถูกต้องจึงจะช่วยให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำมากขึ้น ซึ่งนักเทคนิคการสัตวแพทย์ได้ผ่านการเรียนในรายวิชาวิทยาหนอนพยาธิ ปรสิตภายนอกและโปรโตซัวที่เป็นปรสิต ปรสิตวิทยาคลินิก ซึ่งในรายวิชาดังกล่าวจะเป็นการศึกษาเกี่ยวกับชีพจักร สัณฐานวิทยาของปรสิตและวงจรการติดโรค ตลอดจนเทคนิคการตรวจหาปรสิตจากตัวอย่างอุจจาระ จากความรู้ดังกล่าวนี้เองจะเป็นประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรคและการวางแผนควบคุมป้องกันโรคปรสิตมิให้แพร่ระบาดต่อไปได้

3. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยาคลินิกทางสัตวแพทย์ ในปัจจุบันปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อนับเป็นปัญหาที่สำคัญและมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการอุบัติใหม่ของเชื้อจุลชีพ การอุบัติซ้ำ หรือการดื้อต่อยาต้านจุลชีพ สัตวแพทย์ผู้ควบคุมโรคจะต้องอาศัยผลการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและจะได้วางแผนในการควบคุมโรคต่อไป ซึ่งนักเทคนิคการสัตวแพทย์สามารถช่วยงานดังกล่าวได้เป็นอย่างดีเพราะได้เรียนรู้เกี่ยวกับจุลชีพชนิดต่างๆมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่มีความรู้ในกระบวนการผลิตเนื้อสัตว์ ระบาดวิทยา ภูมิคุ้มกันวิทยา อณูชีววินิจฉัย และการดื้อยาต่อสารต้านจุลชีพมาเป็นอย่างดี

4. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อและความสมบูรณ์พันธุ์ ตลอดจนจัดเก็บน้ำเชื้อในรูปแช่แข็ง สถานการณ์ในโลกปัจจุบันที่มีประชากรเพิ่มมากขึ้นส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม ความต้องการอาหารที่เพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่มีการเกษตรกรรมมากประเทศหนึ่ง การผลิตอาหารป้อนชาวโลกนั้นจะต้องเน้นที่ผลผลิตที่สูง ต้นทุนต่ำ การได้สัตว์ที่มีสายพันธุ์ดีจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง นักเทคนิคการสัตวแพทย์มีส่วนช่วยแก้ไขปัญหาในด้านการเก็บรักษาน้ำเชื้อและการตรวจความสมบูรณ์พันธุ์ได้ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจเซลล์จากระบบสืบพันธุ์เพื่อหาระยะที่เหมาะสมสำหรับการผสมพันธุ์ได้อีกด้วย

5. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของน้ำนม ผลิตภัณฑ์นม น้ำนมนับเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สูงและสามารถผลิตได้ในประเทศไทย การมีน้ำนมคุณภาพดีให้ผู้บริโภคได้ดื่มนั้นจะทำให้ผู้บริโภคได้รับคุณค่าจากน้ำนมอย่างเต็มที่ นักเทคนิคการสัตวแพทย์สามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำนมทั้งในด้านกายภาพ องค์ประกอบของน้ำนม ตลอดจนการปลอมปนและการปนเปื้อนจากจุลชีพชนิดต่างๆ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ ทั้งนี้นักเทคนิคการสัตวแพทย์จะต้องอาศัยองค์ความรู้ในด้านการจัดการการเลี้ยงสัตว์ การผลิตและการขนส่ง ตลอดจนโรคติดต่อที่มากับน้ำนมเพื่อปรับปรุงและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิตน้ำนมได้

6. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของซากสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่านักเทคนิคการสัตวแพทย์นั้นเป็นผู้ที่มีความรู้ในกระบวนการผลิตสัตว์ การสัตวแพทย์สาธารณสุข จุลชีววิทยา รวมถึงกายวิภาคศาสตร์ของสัตว์ ซึ่งองค์ความรู้ด้านต่างๆเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานที่ใช้ในการตรวจคุณภาพซากตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศได้บริโภคเนื้อสัตว์ที่สด สะอาดและปราศจากการปนเปื้อนได้

7. บทบาทด้านการตรวจวิเคราะห์คุณภาพอาหารสัตว์และการปลอมปน กระบวนการผลิตสัตว์นั้นอาหารสัตว์นับเป็นต้นทุนหลักในการบริหารจัดการ การลดต้นทุนในการผลิตอาหารสัตว์นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้เลี้ยงสัตว์มีผลประกอบการที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แต่เกษตรกรส่วนหนึ่งที่มีการผสมอาหารสัตว์ใช้เองมักประสบปัญหาการปลอมปนของสิ่งแปลกปลอมรวมถึงสารเคมีต่างๆในอาหารสัตว์ ซึ่งทำให้สัตว์มีการเจริญเติบโตช้ากว่าปกติ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเกษตรกรขาดความรู้ในด้านวัตถุดิบอาหารสัตว์ นักเทคนิคการสัตวแพทย์จะเป็นผู้ที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรเหล่านั้นได้โดยการนำเอาองค์ความรู้ด้านโภชนศาสตร์สัตว์ และการตรวจวิเคราะห์อาหารสัตว์ไปใช้ในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้

8. บทบาทด้านการบริหารจัดการงานด้านธนาคารเลือด ธนาคารเลือดในสัตว์นับเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเหลือชีวิตสัตว์ให้มีชีวิตรอดต่อไปได้ สัตว์ที่ประสบอุบัติเหตุ สัตว์ที่ติดเชื้อปรสิต หรือสัตว์ที่ต้องทำการผ่าตัด ล้วนแล้วแต่มีความต้องการการสำรองเลือดทั้งสิ้น นักเทคนิคการสัตวแพทย์ผู้มีความรู้ในด้านโลหิตวิทยา ธนาคารเลือดในสัตว์ และภูมิคุ้มกันวิทยาจะสามารถช่วยเหลือสัตว์เหล่านั้นได้โดยการเก็บสำรองเลือด การแยกองค์ประกอบของเลือดเพื่อนำไปใช้ตามความต้องการของสัตว์ การตรวจความเข้ากันได้ของเลือด ตลอดจนการติดตามเฝ้าระวังภายหลังการให้เลือดในสัตว์

9. บทบาทด้านการควบคุมกำกับดูแลและทดสอบการติดเชื้อในห้องเลี้ยงสัตว์ทดลอง เทคนิคการสัตวแพทย์เป็นสาขาที่มีบทบาทสำคัญในด้านวิทยาศาสตร์สัตว์ทดลองเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นหลักสูตรเดียวที่มีการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี ในประเทศไทย จึงทำให้มีบัณฑิตหลายคนเข้าไปอยู่ในส่วนของการเลี้ยงสัตว์ทดลองทั้งในสถาบันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก AAALAC หรือสถาบันอื่นๆที่มีการใช้สัตว์ทดลอง ซึ่งในส่วนนี้บัณฑิตเทคนิคการสัตวแพทย์สามารถดูแลได้ทั้งการเลี้ยงสัตว์ การป้องกันการติดเชื้อ การติดตามประเมินผลสุขภาพสัตว์และการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์

10. บทบาทด้านการดูแลพยาบาลสัตว์ป่วย การดูแลสัตว์ป่วยหรือการพยาบาลสัตว์นั้นนับเป็นพันธกิจสำคัญอีกส่วนหนึงของนักเทคนิคการสัตวแพทย์ หรือที่เรียกกันว่า Veterinary nurse ซึ่งศาสตร์ด้านนี้ยังใหม่สำหรับคนไทย ซึ่งแต่เดิมเคยใช้ผู้ที่จบการศึกษาไม่ตรงสายหรือใช้ผู้ที่มีคุณวุฒิระดับต่ำมาช่วยงาน แต่การมีนักเทคนิคการสัตวแพทย์ไปช่วยในการพยาบาลสัตว์นั้นหลายที่มีเสียงชมมาว่าสามารถช่วยผ่อนแรงสัตวแพทย์ได้เป็นอย่างมากและช่วยงานได้อรรถประโยชน์จริงๆ และไม่ต้องมีอาการหัวเสียกับการเตรียมของที่ไม่ได้ดังใจ

11. บทบาทด้านการจัดการห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัยและการถ่ายภาพรังสี งานด้านรังสีนั้นเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวินิจฉัยโรคสัตว์ นอกจากงานรังสีแล้วปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆที่ช่วยในการวินิจฉัยแช่น ultrasound, CT scan ซึ่งเทคนิคต่างๆ เหล่านี้จะต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญในการใช้เครื่องมือเป็นอย่างยิ่ง การได้มาซึ่งภาพจากรังสีวินิจฉัยนั้นสัตวแพทย์จะเป็นผู้กำหนดลักษณะของภาพว่าต้องการได้ภาพในระนาบใดบ้าง นักเทคนิคการสัตวแพทย์เป็นผู้หนึ่งที่สามารถทำงานด้านนี้ได้เป็นอย่างดี ในต่างประเทศยังมีการเรียนการสอนเกี่ยวกับด้านวิสัญญีให้กับนักเทคนิคการสัตวแพทย์ เพื่อใช้ในการช่วยทำการถ่ายภาพรังสีวินิจฉัยจะได้ง่ายขึ้น ไม่ทำให้สัตว์ต้องเจ็บปวดทรมานมาก

12. การทำธุรกิจส่วนตัว มีธุรกิจหลายประเภทที่ชาวเทคนิคการสัตวแพทย์สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฏหมาย เช่น การทำสปา การตัดขน การขายอาหารสัตว์รวมถึงอุปกรณ์การเลี้ยงสัตว์ แต่ต้องมีการขออนุญาตอย่างถูกกฏหมายเสียก่อน องค์ความรู้ในเรื่องโภชนศาสตร์ โรคและการจัดการ ภูมิคุ้มกันวิทยา พยาธิวิทยา จะเป็นประโยชน์สำหรับชาวเทคนิคการสัตวแพทย์ในการช่วยให้คำปรึกษากับลูกค้าได้เป็นอย่างดี อันจะเป็นจุดเด่นในการทำธุรกิจได้

จากที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นบทบาทของนักเทคนิคการสัตวแพทย์ส่วนหนึ่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในอาชีพที่แตกต่างกันออกไป

ธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์และสถานบริการรักษาสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตต่อเนื่อง

ปัจจุบันนี้สถานพยาบาลสัตว์เฉพาะในกรุงเทพฯ มีเพิ่มขึ้นเหมือนกับร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากสัตวแพทย์จบใหม่ลงทุนเปิดคลินิกรักษาสัตว์แทนที่จะไปรับราชการในกรมปศุสัตว์ หรือทำงานบริษัทเอกชน ส่วนหนึ่งเกิดจากความนิยมเลี้ยงสัตว์มากขึ้น ส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงพันธุ์ต่างประเทศ ขณะเดียวกันวงการสัตว์แพทย์เริ่มเปลี่ยนจากรักษาสัตว์ใหญ่ในฟาร์ม ก็หันมารักษาสัตว์เล็กมากขึ้นสอดคล้องกับสภาพตลาดเพราะคนหันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว ปลาสวยงามและอื่นๆ จากคลินิกห้องแถวเปิดพัดลมก็เปลี่ยนเป็นตึกขนาดใหญ่ มีเทคโนโลยีเครื่องไม้เครื่องมือครบครัน โดยหัวใจสำคัญที่นอกเหนือจากเรื่องมาตรฐานการให้บริการคุณภาพในเรื่องของการตลาด บุคลากรเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามที่จะต้องปรับปรุงเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ทั้งผู้เลี้ยงและสัตว์เลี้ยงที่นำมารับบริการ เพียงแค่สัตวแพทย์คนเดียวไม่สามารถให้บริการแก่ผู้มาใช้บริการได้เต็มที่ จำเป็นต้องพัฒนาทีมงานให้บริการที่มีมาตรฐานมาสร้าง ความเชื่อมั่นและประทับใจให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง

แม้สังคมไทยยังไม่ถึงขั้นสังคมในยุโรปหรืออเมริกา คนไทยยังไม่ใส่ใจที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงมากมายขนาดนั้น แต่ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆเพราะคนมีรายได้มากขึ้น สามารถจ่ายให้กับสัตว์เลี้ยงได้มากขึ้น และทัศนคติของคนก็เปลี่ยนไปจากที่เลี้ยงสัตว์ไว้เฝ้าบ้าน ก็เป็นเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน มีความผูกพันกัน สัตว์เลี้ยงมันไม่เคยเสแสร้ง เนื่องจากธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ และสถานบริการรักษาสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบันพบว่ามีจำนวนเกือบ 2 พันแห่ง ส่งผลให้มีเม็ดเงินสะพัดกว่า 1 หมื่นล้านบาท และยังพบว่าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางเพิ่มที่มีอายุระหว่าง 25-35 ปีมากขึ้น ซึ่งเป็นฐานที่ใหญ่จากเดิมที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในระดับบน ทำให้คาดว่าใน 3-5 ปีตลาดนี้จะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง

เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น และเป็นการสร้างรายได้ของบริษัทให้เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดีการชะลอตัวของเศรษฐกิจเบื้องต้นจะส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินธุรกิจในปีหน้าและทำให้แผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องเลื่อนออกไป ปัจจุบันธุรกิจโรงพยาบาลและรับรักษาสัตว์เลี้ยงกำลังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร ทั้งแพทย์เฉพาะทาง , พนักงาน , พยาบาลอย่างหนัก และไม่สามารถผลิตคนออกมารองรับการขยายตัวของธุรกิจได้ คนรุ่นใหม่ที่มีสัตว์เลี้ยงจะเน้นการดูแล และป้องกันมากกว่าการรักษา ทำให้โรงพยาบาลต้องเสริมด้านการบริการ และการจัดการด้านความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้ามากขึ้น

เตรียมตัวก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพสัตวแพทย์

ก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพ อะไรเป็นสิ่งที่เด็กสัตวแพทย์ต้องเจอะเจอในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อเข้ามาในคณะสัตวแพทย์ศาสตร์แล้ว ต้องเริ่มเรียนรู้สัตว์ทุกชนิด โดยมีเกณฑ์ไม่ต่างจากหมอคน คือ เรียนพื้นฐาน 6 ปี แล้วค่อยไปหาความเชี่ยวชาญทีหลัง

“คนที่จะมาเรียนต้องไม่รังเกียจสัตว์ มีความอ่อนโยน เมตตา มีความเข้มแข็งและแข็งแรงพอสมควร เพราะจะต้องมีการจับ ควบคุมสัตว์ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนขนาดใหญ่ เล็กที่สุดก็ต้องมีความอ่อนโยน ขนาดใหญ่ก็ต้องมีความแข็งแรง เช่น ปศุสัตว์ หรือสัตว์ป่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมีความทุ่มเท ตั้งใจ เพราะว่าเราเลือกเรียนเฉพาะชนิดไม่ได้ เราต้องเรียนพื้นฐานสัตว์ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มนั้นๆ ก็จะต้องรู้จักที่จะเปรียบเทียบ หาจุดเด่นที่จะจดจำหรือนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพ”

ส่วนเหตุการณ์ที่นักศึกษาแพทย์ในคณะสัตวแพทย์ต้องเจอคือการทำเมตตาฆาตหรือในทางแพทย์เรียกว่าการุณฆาต เป็นการทำให้สัตว์จากไปอย่างสงบ ปราศจากความทุกข์ทรมาน ทุรนทุรายโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพราะหัวใจของการเป็นสัตวแพทย์ก็คือ มุ่งให้เกิดสวัสดิภาพทั้งกายและใจแก่สัตว์ ดังนั้นการเจ็บปวดทรมานจะต้องไม่เกิดขึ้น การทำเมตตาฆาตก็เท่ากับเป็นการทำให้สัตว์หลับอย่างสบายโดยไม่ต้องทรมาน ซึ่งเหตุการณ์นี้จะเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมของนักสัตวแพทย์

“คนเป็นสัตวแพทย์ต้องรู้ ถ้าถึงจุดหนึ่งที่เราดูแลรักษาไม่ได้เราต้องเป็นคนพิจารณาว่าสัตว์ตัวนั้นจะต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปหรือไม่ คืออำนาจหน้าที่ เป็นเกียรติของสัตวแพทย์ในการพิจารณาชี้ขาดทำเมตตาฆาตในสัตว์ เพราะการปล่อยให้สัตว์ทนทุกข์ทรมานต่อไปถือว่าผิดจรรยาบรรณของหมอสัตว์ เพราะฉะนั้นสัตวแพทย์จะต้องเจอสิ่งเหล่านี้ ถือว่าเป็นหลักเกณฑ์หนึ่งในการเรียน ทุกคนต้องทำ และต้องทำให้ได้”

อดทนเข้าไว้ การเรียนสัตวแพทย์ไม่ใช่เรื่องสนุก หรือฟังแล้วขำๆ ยิ้มๆ แต่เป็นเรื่องที่จะต้องใช้ความรับผิดชอบอย่างสูงสุด แต่อย่างไรก็ตามสัตวแพทย์อันพึงประสงค์ จะต้องเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี สื่อสารกับคนได้เพราะต้องสื่อสารแทนสัตว์ บอกอารมณ์และความต้องการของสัตว์ได้ ต้องเข้มแข็งและอดทนเพราะต้องเจอกับเจ้าของสัตว์สารพัดรูปแบบ

เตรียมตัวเป็นหมอสัตว์ก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพเพื่อความเข้มแข็งและแข็งแรง

ประเทศเรากำลังพัฒนาซึ่งเริ่มผลิตยาเอง และมีการทดสอบในสัตว์ งานวิจัยจำเป็นจะต้องมีสัตวแพทย์เกี่ยวข้องอย่างมาก แต่กลับถูกมองข้าม เมื่ออุปสงค์ไม่มี อุปทานจึงไม่เกิด เด็กจึงเหทิศไปเป็นสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงเสียหมด นั่นเพราะบ้านเรายังขาดการเชื่อมโยงระหว่างระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมของสัตว์และคน ส่วนใหญ่มุ่งแต่รักษาแต่คนซึ่งเป็นปลายเหตุ หรือไม่ก็มีแต่หมอที่นั่งรอแต่จะรักษาสัตว์โดยไม่คำนึงถึงการนำโรคไปสู่คน ยังมีส่วนน้อยที่เข้าใจว่าการรักษาสัตว์ให้สุขภาพดีนั้น เป็นการช่วยป้องกันโรคให้คนด้วย

เตรียมเป็นหมอสัตว์ก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพ อะไรเป็นสิ่งที่เด็กสัตวแพทย์ต้องเจอะเจอในรั้วมหาวิทยาลัย ศ.น.สพ.ปานเทพ ในฐานะที่เคยเป็นนักศึกษาแพทย์จนตอนนี้เป็นอาจารย์หมอแล้ว ให้คำตอบว่า เมื่อเข้ามาในคณะสัตวแพทย์ศาสตร์แล้ว ต้องเริ่มเรียนรู้สัตว์ทุกชนิด โดยมีเกณฑ์ไม่ต่างจากหมอคน คือ เรียนพื้นฐาน 6 ปี แล้วค่อยไปหาความเชี่ยวชาญทีหลังคนที่จะมาเรียนต้องไม่รังเกียจสัตว์ มีความอ่อนโยน เมตตา มีความเข้มแข็งและแข็งแรงพอสมควร เพราะจะต้องมีการจับ ควบคุมสัตว์ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนขนาดใหญ่ เล็กที่สุดก็ต้องมีความอ่อนโยน ขนาดใหญ่ก็ต้องมีความแข็งแรง เช่น ปศุสัตว์ หรือสัตว์ป่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมีความทุ่มเท ตั้งใจ เพราะว่าเราเลือกเรียนเฉพาะชนิดไม่ได้ เราต้องเรียนพื้นฐานสัตว์ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มนั้นๆ ก็จะต้องรู้จักที่จะเปรียบเทียบ หาจุดเด่นที่จะจดจำหรือนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพ

ส่วนเหตุการณ์ที่นักศึกษาแพทย์ในคณะสัตวแพทย์ต้องเจอคือการทำเมตตาฆาตหรือในทางแพทย์เรียกว่าการุณฆาต เป็นการทำให้สัตว์จากไปอย่างสงบ ปราศจากความทุกข์ทรมาน ทุรนทุรายโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพราะหัวใจของการเป็นสัตวแพทย์ก็คือ มุ่งให้เกิดสวัสดิภาพทั้งกายและใจแก่สัตว์ ดังนั้นการเจ็บปวดทรมานจะต้องไม่เกิดขึ้น การทำเมตตาฆาตก็เท่ากับเป็นการทำให้สัตว์หลับอย่างสบายโดยไม่ต้องทรมาน ซึ่งเหตุการณ์นี้จะเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมของนักสัตวแพทย์คนเป็นสัตวแพทย์ต้องรู้ ถ้าถึงจุดหนึ่งที่เราดูแลรักษาไม่ได้เราต้องเป็นคนพิจารณาว่าสัตว์ตัวนั้นจะต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปหรือไม่ คืออำนาจหน้าที่ เป็นเกียรติของสัตวแพทย์ในการพิจารณาชี้ขาดทำเมตตาฆาตในสัตว์ เพราะการปล่อยให้สัตว์ทนทุกข์ทรมานต่อไปถือว่าผิดจรรยาบรรณของหมอสัตว์ เพราะฉะนั้นสัตวแพทย์จะต้องเจอสิ่งเหล่านี้ ถือว่าเป็นหลักเกณฑ์หนึ่งในการเรียน ทุกคนต้องทำ และต้องทำให้ได้

ความสำคัญของสัตวแพทย์และธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ในการรักษาสัตว์

ปัจจุบันในแต่ละวันจะต้องพบเจอกับสัตว์ต่างๆมากมายหลากหลายพันธุ์  ไม่ว่าบ้านหลังไหน  ต่างก็เลี้ยงสัตว์กันเกือบทุกบ้าน  ทั้งสุนัข แมว นกและสัตว์อีกมากมาย  ก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในบ้าน ทุกๆคนภายในบ้านต่างก็ให้ความรัก  ความเอาใจใส่  ดูแลสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นเป็นอย่างดี  และเมื่อสัตว์เจ็บป่วยก็พาไปรักษา ได้  แต่ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของหรือไม่มีเจ้าของก็ตาม  ผู้ที่จะคอยดูแลรักษาให้หายจากอาการป่วยได้นั้นก็คือหมอรักษาสัตว์หรือที่เรียกว่าสัตวแพทย์

เนื่องจากขณะนี้ในบ้านเราได้เริ่มให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของสัตว์มากขึ้น  ทั้งในสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ การสร้างผลงานวิจัยต่างๆ  การผลิตยาที่ใช้ในสัตว์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีสัตวแพทย์เข้ามาทำงานโดยตรง ทำให้ทุกวันนี้อาชีพสัตวแพทย์ยังขาดแคลนบุคลากรอีกมาก  สาเหตุเป็นเพราะเยาวชนที่มีใจรักสัตว์  แล้วสนใจที่จะศึกษาต่อในคณะสัตวแพทย์ยังมีอยู่น้อย  อาจเป็นเพราะงานวิจัยในประเทศไทย  ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับสัตวแพทย์เท่าที่ควร  ทำให้นิสิตนักศึกษาไม่มั่นใจว่าการทำงานด้านสัตวแพทย์นั้นมีโอกาสเติบโตในสายงานมากน้อยเพียงใด  และอาจเข้าใจผิดว่าสัตวแพทย์ต้องรักษาเพียงสัตว์เท่านั้น  ทั้งที่ความจริงตลาดที่รองรับสายงานนี้กว้างมากกว่าที่คิด  และสามารถทำประโยชน์ในด้านบริการสังคมได้อย่างกว้างขวาง

การดูแลสัตว์เลี้ยงที่แท้จริง  เริ่มตั้งแต่การที่เจ้าของนั้นต้องมีความรัก  ความเข้าใจ  เอาใจใส่ในความต้องการ  และลักษณะของสัตว์แต่ละสายพันธุ์  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูแลสัตว์ให้มีสุขภาพแข็งแรง  ดูแลป้องกันไม่ให้เกิดโรค  ส่วนการรักษานั้นเป็นแค่ปลายทางในการดูแลเท่านั้น  ซึ่งสัตวแพทย์มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่เจ้าของ ตั้งแต่การเลี้ยงดู  จนถึงการรักษาโรค  เพื่อให้สัตว์ที่เราเลี้ยงมีความสุข  สุขภาพแข็งแรง  และอยู่ด้วยกันไปนานๆ นอกเหนือจากการดูแลสัตว์และรักษาสัตว์แล้ว สัตวแพทย์ยังต้องคอยดูแลสวัสดิภาพ  และความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ในงานด้านสัตวแพทย์สาธารณสุข  ตรวจสอบคุณภาพอาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มาจากสัตว์ เช่น เนื้อ นม ไข่หรือบทบาทหน้าที่ของขอบข่ายงานด้านการศึกษาและวิจัยต่างๆ  ด้านสัตว์ทดลองการศึกษาโรคสัตว์สู่คน เป็นต้น ซึ่งยังไม่รวมงานด้านเอกชนทั้งฝ่ายวิชาการ ฝ่ายขาย ฯลฯ จะเห็นได้ว่าขอบข่ายงานของสัตวแพทย์ค่อนข้างที่จะกว้างมาก ดังนั้นกว่าที่จะเรียนจบออกมาเป็นสัตวแพทย์อย่างเต็มตัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

การใช้บริการคลินิกสัตว์ในปัจจุบัน

ปัจจุบันพบว่ามีอัตราการเพิ่มของประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปจากครัวครัวใหญ่ขยายมาเป็นครัวครอบเดี่ยวที่มีลักษณะหลากหลายขึ้น ซึ่งประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูก หรือผู้สูงอายุ เนื่องจากปัจจุบันมีความแตกต่างในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและชุมชน หรืออื่นๆ ทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วการดำรงชีวิตจากที่เรียบง่ายก็เปลี่ยนมาเป็นสังคมที่มีการแข่งขันกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันในหลายๆด้านด้วยกัน เช่น โอกาสในการทำงาน โอกาสในการศึกษา ทำให้ต้องพยายามหลีกหนีการเผชิญหน้าจากปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น จึงจำเป็นจะต้องหาตัวช่วยในการผ่อนคลายความเคลียด อย่างเช่น การเลี้ยงสัตว์ เพื่อแก้เหงา ทั้งนี้จะยกตัวอย่างสุนัข

การเลี้ยงสุนัขเพื่อเป็นเพื่อแก้เหงา หรือเลี้ยงไว้เป็นงานอดิเรกได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ในปัจจุบัน เนื่องจากสุนัขมีความรักผูกพันและจงรักภักดีต่อเจ้าของ อีกทั้งสุนัขยังสามารถที่จะทำให้ผู้เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน เพื่อความเพลิดเพลินคลายความตึงเครียดหลังจากเลิกงาน และด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ตึเคลียดในปัจจุบันทำให้แนวโน้มการอยู่คนเดียวเพิ่มมากขึ้น ทำให้บางคนนิยมที่จะเลี้ยงสุนัขแทนที่จะมีครอบครัวหรือมีบุตร เมื่อบรรดาผู้เลี้ยงสุนัขในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนสถานะของสุนัขโดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุนัขมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ด้านอาหาร ที่อยู่ การรักษาโรค รวมถึงการเอาใจใส่ที่เกิดจากความผูกพัน ทำให้เกิดเป็นธุรกิจด้านสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงตามมา เช่น ธุรกิจฟาร์มาเพาะพันธุ์ ธุรกิจผลิตอาหาร โรงพยาบาลและคลินิกรักษาสุนัขรับตัดแต่งขน ของใช้กระจุกกระจิกของสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงบริการที่ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่เดิมให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้น เช่น เสื้อผ้าสุนัข

ฉะนั้นการให้บริการคลินิกสัตว์ก็ควรจะเลือกทำเลที่ตั้งเปิดร้าน โดยต้องแน่ใจว่าทำเลที่เลือกนั้นมีความเหมาะสมต่อการค้าขาย บางคนอาจใช้ที่บ้านของตนเองก็ได้ แต่ต้องเป็นทำเลที่ตั้งที่มีคนผ่านไปมาตลอดก็สามารถประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้าอยู่ในซอยลึกๆ อาจจะทำให้รายได้ลดน้อยลงไป ซึ่งอาจจะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเหล่านี้ นอกจากนี้ควรจะดูในเรื่องของคูแข่งด้วยว่ามีการ แข่งขันมากน้อยเพียงใด และเพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้โดดเด่นมากขึ้นนั้นควรจะมีการให้บริการในรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาช่วยด้วย

หน่วยบริการสัตวแพทย์เคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน

ปัจจุบันพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ทำให้มนุษย์และสัตว์เลี้ยงมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น

ทำให้โอกาสในการเกิดโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คนสูงมากตามไปด้วย เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคเลปโตสไปโรซีส โรคปรสิตภายใน โรคผิวหนัง โรคภูมิแพ้ เป็นต้นดังนั้นสัตวแพทยศาสตร์จึงต้องการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนมีความตื่นตัวในการดูแลรักษาสุขภาพสัตว์อันเป็นการป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวเพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อเป็นการทำงานในเชิงรุกและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างทั่วถึง ซึ่งในเบื้องต้นจะมีรถพยาบาลออกบริการนอกสถานที่ โดยให้บริการตรวจรักษาทั้งสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ สามารถให้บริการในระดับพื้นฐาน ประกอบด้วย การตรวจสุขภาพ การฉีดวัคซีน การรักษาทางอายุกรรมขั้นต้น การเย็บแผล และการตรวจห้องปฏิบัติการเบื้องต้น

ปัจจุบันบทบาทของสัตวแพทย์ที่นอกเหนือจากการรักษาและดูแลสุขภาพสัตว์ที่เลี้ยงเป็นเพื่อน อาทิ สุนัขหรือแมว หรือปศุสัตว์ต่างๆ ยังมีสัตวแพทย์ที่ดูแลสัตว์ประเภทอื่นๆที่มีความสำคัญเช่นกัน เช่น สัตว์ป่าทั้งในพื้นที่อาศัย สัตว์ป่าในพื้นที่เพาะเลี้ยงหรือสวนสัตว์ สัตว์เลี้ยงพิเศษ ประชาชนส่วนใหญ่ยึดอาชีพทางการเกษตร เช่น การทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เป็นอาชีพหลัก การประกอบอาชีพของประชาชนต่างๆ เหล่านี้จึงมีส่วนช่วยสร้างเสริมเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้อีกด้วย การเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงแบบรายย่อย ช่วยกันเพาะเลี้ยงภายในครัวเรือนเพื่อใช้ในการบริโภคหรือเพื่อใช้ประกอบงานอาชีพเกษตรกรรมและบางกลุ่มเลี้ยงเพื่อขายเป็นการดำรงชีพ เมื่อสัตว์ต่างๆเหล่านั้นเกิดเจ็บป่วยหรือล้มตายจะด้วยโรคระบาดหรือด้วยการที่ไม่มีความรู้ในเรื่องป้องกันโรคสัตว์ที่สามารถป้องกันได้ เมื่อสัตว์เลี้ยงล้มตายจึงมีผลอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของเกษตรกร

การเปิดหน่วยบริการสัตวแพทย์เคลื่อนที่สัตว์ใหญ่

มีหน้าที่ในการบริการรับส่งสัตว์ป่วยเพื่อย้ายเข้ามาทำการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ ในกรณีที่เป็นสัตว์ป่วยฉุกเฉินที่ต้องการความรวดเร็วในการเคลื่อนย้าย หรือในกรณีที่สัตว์มีขนาดใหญ่เจ้าของไม่สามารถนำสัตว์มาทำการรักษาด้วยตนเองได้ หน่วยเคลื่อนที่สัตว์ใหญ่ยังให้บริการฉีดวัคซีน การเก็บตัวอย่างเลือด การทำหัตการเบื้องต้น การให้คำแนะนำในด้านการเลี้ยงการจัดการ และการดูแลสัตว์ป่วยในรายที่เจ้าของนำกลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน ในด้านการออกให้บริการจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสัตวแพทย์ว่ามีความเหมาะสมหรือมีความจำเป็นหรือไม่

ความสำคัญและความจำเป็นในเชิงธุรกิจของสัตวแพทย์ต่อสัตว์เลี้ยง

ในปัจจุบันบทบาทของสัตวแพทย์ที่นอกเหนือจากการรักษาและดูแลสุขภาพสัตว์ที่เลี้ยงเป็นเพื่อน อาทิ สุนัขหรือแมว หรือปศุสัตว์ต่างๆ ยังมีสัตวแพทย์ที่ดูแลสัตว์ประเภทอื่นๆ ที่มีความสำคัญเช่นกันเช่นสัตว์ป่าทั้งในพื้นที่อาศัย สัตว์ป่าในพื้นที่เพาะเลี้ยงหรือสวนสัตว์ สัตว์เลี้ยงพิเศษ รวมถึงงานการเรียนการสอน และงานวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ชนิดดังกล่าว

15

สัตว์เลี้ยงพิเศษ (exotic pet)ในปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากขึ้นมาก สัตวแพทย์จึงจำเป็นต้องหาความรู้เพิ่มเติมในแต่ละชนิดสัตว์ที่ประชาชนนิยมเลี้ยงในทุกๆวันนี้ เนื่องจากในสถาบันการศึกษามีชั่วโมงที่จะสอนเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงพิเศษค่อนข้างน้อย ดังนั้นนักศึกษาสัตวแพทย์หรือสัตวแพทย์ต้องมีความคิดประยุกต์นำความรู้พื้นฐานที่เรียนมาจากสัตว์อื่นๆ เป็นหลัก ซึ่งไม่ต่างกันในพื้นฐานระหว่างสัตว์ชนิดที่ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ต้องทบทวนหรือหาความรู้เพิ่มคือ ชีววิทยา พฤติกรรม และความต้องการบางอย่างของสัตว์เลี้ยงพิเศษแต่ละชนิดที่จะต่างจากสุนัขหรือแมวที่ใช้เป็นต้นแบบเวลาเรียนในชั่วโมงเรียนซึ่งในจุดนี้แม้ในการเรียนการสอนในห้องบรรยายจะมีน้อย แต่จำเป็นที่ต้องหาความรู้เพิ่มเติม และอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ควรแทรกความรู้เกี่ยวกับสัตว์พิเศษในชั่วโมงอื่นๆเช่น วิชาฝึกงานคลินิก หรือวิชาอื่นๆเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนจากปัญหา จากคำถามที่พบจริง เพื่อทำความเข้าใจ มิใช่เพียงเรียนเพื่อความจำไปสอบจากความรู้ในห้องบรรยายเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นบทบาทของสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงพิเศษเพิ่มเติมคือ การให้ความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงพิเศษเชิงรุกต่อผู้เลี้ยง เพราะสื่ออื่นๆมักเข้าถึงผู้เลี้ยงก่อนสัตวแพทย์เสมอ และบางครั้งอาจทำให้เกิดการเลี้ยงสัตว์อย่างไม่ถูกต้องส่งผลถึงสุขภาพของสัตว์ที่เป็นปัญหา บางครั้งกว่าจะมาถึงสัตวแพทย์ก็รักษาหรือแก้ไขได้ยาก ถ้าผู้เลี้ยงได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลี้ยง ไม่ปรับเปลี่ยนธรรมชาติของสัตว์เหล่านี้ สัตว์ก็จะมีสุขภาพดี ส่งผลถึงการทำงานของสัตวแพทย์ที่ง่ายขึ้นตามมา นอกจากนี้วงการสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงพิเศษควรมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่เสมอเนื่องจากเป็นสังคมที่ไม่ใหญ่นัก ถ้ามีเคสที่พบใหม่มาก็มักจะพบเคสใกล้เคียงตามๆกันมา อีกทั้งเมื่อทราบความรู้หรือกระแสใหม่ๆในการเลี้ยงก็ควรแลกเปลี่ยนกันอยู่เสมอ เพื่อให้สัตวแพทย์มีความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงพิเศษซึ่งมักจะมีการนำสัตว์ใหม่ๆ หรือพบเคสใหม่ๆอยู่เสมอ เนื่องจากความคาดหวังของเจ้าของสัตว์ประเภทนี้ค่อนข้างสูง รวมทั้งมักจะมีความรู้ในสัตว์ที่ตนเลี้ยงเป็นอย่างดี สัตวแพทย์จึงต้องมีความรู้ที่แน่นและอธิบายความปกติ และความผิดปกติได้เป็นอย่างดี เจ้าของสัตว์จึงจะไว้ใจให้สัตวแพทย์ดูแลสัตว์ได้

แนวโน้มในการเติบโตของสาขาอาชีพสัตวแพทย์

kittengale.com

ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน มีข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่มีการติดต่อจากสัตว์ไปยังคนได้มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เพราะสัตว์ก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งของระบบนิเวศ และถือเป็นตัวนำและแพร่เชื้อมาสู่คนได้ ซึ่ง70-80 เปอร์เซ็นต์ มาจากการติดเชื้อจากสัตว์ และในจำนวนหนึ่งก็มาจากโรคที่เกิดจากสัตว์ป่า ทำให้ทุกวันนี้มีโรคใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ อย่างไรก็ตามเราจะไม่สามารถควบคุมโรคได้เลย ถ้าเราไม่มีเหล่าสัตวแพทย์ในการรักษา ดังนั้นสัตวแพทย์จึงเป็นอาชีพหนึ่งที่ช่วยรักษามนุษย์ทางอ้อมผ่านการดูแลรักษาสัตว์

สัตวแพทย์ยังเป็นคณะที่นิยมในหมู่นักศึกษาอยู่ โดยภาพรวมถือว่าไม่ขาดแคลน แต่ในส่วนนี้ยังนิยมที่จะเป็นหมอ ทำให้มีงานว่างหลายตำแหน่ง เช่น นักวิจัยทดลอง การผลิตอาหารสัตว์ แพทย์สัตว์ป่าสัตว์น้ำ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคใหม่ๆที่ติดต่อมาจากสัตว์สู่คน ซึ่งเป็นสาขาอาชีพที่น่าสนใจ และยังไม่มีบุคลากรที่สนใจทางด้านนี้เลย ส่วนหนึ่งที่ทำให้มีคนเรียนน้อย เพราะงานวิจัยในบ้านเรายังไม่ให้ความสำคัญกับสัตวแพทย์ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวนักศึกษาว่าจะมีงานรองรับตนในด้านการวิจัยหรือไม่ มีโอกาสเติบโตน้อย และส่วนหนึ่งยังเชื่อว่าหมอสัตว์ต้องรักษาเพียงแค่สัตว์เท่านั้น ไม่สามารถเป็นได้มากกว่านี้ ทำให้คนทำงานด้านนี้ยังคงขาดแคลน

ผู้ที่จะประกอบอาชีพสัตวแพทย์ควรมีคือการทำเมตตาฆาตหรือในทางแพทย์เรียกว่าการุณฆาต เป็นการทำให้สัตว์จากไปอย่างสงบโดยไม่ทรมาน ใช้กระบวนการทางวิยาศาสตร์ เพราะการเป็นสัตวแพทย์มีหัวใจสำคัญ คือ มุ่งให้เกิดสวัสดิภาพทั้งกายและใจสู่สัตว์ ดังนั้นการทรมานทางด้านร่างกายและจิตใจจึงไม่ควรเกิดขึ้น การทำเมตตาฆาตก็เท่ากับว่าทำให้สัตว์หลับอย่างสบายโดยไม่ทุกข์ทรมาน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ป็นสิ่งที่ยากต่อการเป็นสัตวแพทย์

มนุษย์อยู่คู่กับสัตว์มาช้านานจะเห็นได้ตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์ สัตว์สามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้ในด้านต่างๆ เช่น เป็นเพื่อนคลายเหงา เป็นเพื่อนเล่นให้กับเด็กๆ หรือสัตว์ที่ใช้ปฐมพยาบาลในต่างประเทศ ส่งผลให้ในสมัยนี้เริ่มมีธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจรับตัดขนสุนัข ธุรกิจรับดูแลสัตว์เลี้ยง ธุรกิจขายเครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าสุนัข รวมไปถึงการเปิดคลินิกรักษาสัตว์ที่เราสามารถเห็นได้อยู่ทั่วไป

ธุรกิจอาชีพสัตวแพทย์ อาชีพที่มีโอกาสในการก้าวหน้าสูง

ทุกวันนี้ในวิชาชีพด้านสัตวแพทย์เรียกได้ว่ายังขาดแคลนบุคลากรอีกมาก สาเหตุเพราะเยาวชนที่มีใจรักสัตว์สนใจจะศึกษาต่อด้านสัตวแพทย์ยังมีอยู่น้อย อาจเป็นเพราะงานวิจัยในประเทศไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับสัตวแพทย์เท่าที่ควร ทำให้นิสิต นักศึกษาไม่มั่นใจว่าการเป็นนักวิจัยหรือการทำงานเพื่อสนับสนุนงานด้านสัตวแพทย์นั้นมีโอกาสเติบโตในสายงานมากน้อยเพียงใด และส่วนหนึ่งยังอาจเข้าใจผิดว่าหมอสัตว์ต้องรักษาแต่เพียงสัตว์เท่านั้น ไม่สามารถเป็นอะไรได้มากกว่านี้ ทั้งที่ความจริงตลาดที่รองรับสายงานนี้กว้างมากกว่าที่คิด และสามารถทำประโยชน์ในด้านบริการสังคมได้อย่างกว้างขวาง
103903287
ประเทศไทยยังต้องการบุคลากรในสาขาสัตวแพทย์อีกมาก เนื่องจากขณะนี้บ้านเราได้เริ่มให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้นทั้งในสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ อีกทั้งมีการพัฒนาการผลิตยาที่ใช้ในสัตว์ การสร้างผลงานวิจัยต่างๆ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีสัตวแพทย์เข้ามาทำงานโดยตรง เมื่อประเทศไทยมีผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานสากลแล้วนั่นจะนำไปสู่การปรับทัศนคติของคนไทยส่วนใหญ่ให้เข้าใจถึงบทบาทของสัตวแพทย์ในสังคมมากขึ้น  ในส่วนนี้จะขอยกตัวอย่างหน้าที่ของสัตวแพทย์ในเรื่องการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยง การดูแลสัตว์เลี้ยงที่แท้จริงนั้นต้องเริ่มตั้งแต่การเลี้ยงดูโดยเจ้าของที่มีความรัก ความรู้  เข้าใจและเอาใจใส่ในความต้องการและลักษณะของสัตว์แต่ละสายพันธุ์ กุญแจสำคัญคือการดูแลสัตว์ให้มีสุขภาพแข็งแรง และป้องกันไม่ให้เกิดโรค ส่วนการรักษาเป็นแค่ปลายทางสำหรับการดูแลเท่านั้น ซึ่งตรงนี้สัตวแพทย์มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่เจ้าของตั้งแต่การเลี้ยงดูจนถึงการรักษาโรคเพื่อให้สัตว์ที่เราเลี้ยงมีความสุขและสามารถอยู่กับเราไปได้นานๆ

ความต้องการผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ  เพราะนอกจากจะประกอบธุรกิจส่วนตัวแล้ว สถานประกอบกิจการภาคเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบกิจการด้าน ปศุสัตว์ ล้วนแต่ต้องพึ่งสัตวแพทย์ในการดูแล และตรวจรักษาทั้งสิ้น ถ้าปีใดเศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวลดลงจะมีผลกระทบต่อตลาดแรงงานในอาชีพนี้บ้าง ปัจจุบัน ประเทศไทยรณรงค์ด้านการสงวนพันธุ์สัตว์ป่า เช่น ช้าง เสือ กระทิง จึงมีสัตวแพทย์ประจำโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าที่พลัดหลง หรือบาดเจ็บ ส่วนผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์นั้นมีเพิ่มขึ้นเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นจะต้องทำให้สินค้ามีคุณภาพและปลอดจากโรค ความต้องการสัตว์แพทย์จึงยังคงมีอยู่และอาจเพิ่มมากขึ้น ถ้าการส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีผู้นิยมเลี้ยงสัตว์ในบ้านเรือนส่วนบุคคลมากขึ้น ความต้องการสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลหรือคลินิก อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกทั้งโอกาสในการประกอบอาชีพส่วนตัวเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เพราะผู้เลี้ยงสัตว์มักนำสัตว์เลี้ยงของตนไปคลีนิกมากขึ้น  เนื่องจากต้องการความสะดวกรวดเร็วในการตรวจและรักษาสัตว์เลี้ยง