เตรียมตัวก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพสัตวแพทย์

ก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพ อะไรเป็นสิ่งที่เด็กสัตวแพทย์ต้องเจอะเจอในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อเข้ามาในคณะสัตวแพทย์ศาสตร์แล้ว ต้องเริ่มเรียนรู้สัตว์ทุกชนิด โดยมีเกณฑ์ไม่ต่างจากหมอคน คือ เรียนพื้นฐาน 6 ปี แล้วค่อยไปหาความเชี่ยวชาญทีหลัง

“คนที่จะมาเรียนต้องไม่รังเกียจสัตว์ มีความอ่อนโยน เมตตา มีความเข้มแข็งและแข็งแรงพอสมควร เพราะจะต้องมีการจับ ควบคุมสัตว์ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนขนาดใหญ่ เล็กที่สุดก็ต้องมีความอ่อนโยน ขนาดใหญ่ก็ต้องมีความแข็งแรง เช่น ปศุสัตว์ หรือสัตว์ป่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมีความทุ่มเท ตั้งใจ เพราะว่าเราเลือกเรียนเฉพาะชนิดไม่ได้ เราต้องเรียนพื้นฐานสัตว์ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มนั้นๆ ก็จะต้องรู้จักที่จะเปรียบเทียบ หาจุดเด่นที่จะจดจำหรือนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพ”

ส่วนเหตุการณ์ที่นักศึกษาแพทย์ในคณะสัตวแพทย์ต้องเจอคือการทำเมตตาฆาตหรือในทางแพทย์เรียกว่าการุณฆาต เป็นการทำให้สัตว์จากไปอย่างสงบ ปราศจากความทุกข์ทรมาน ทุรนทุรายโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพราะหัวใจของการเป็นสัตวแพทย์ก็คือ มุ่งให้เกิดสวัสดิภาพทั้งกายและใจแก่สัตว์ ดังนั้นการเจ็บปวดทรมานจะต้องไม่เกิดขึ้น การทำเมตตาฆาตก็เท่ากับเป็นการทำให้สัตว์หลับอย่างสบายโดยไม่ต้องทรมาน ซึ่งเหตุการณ์นี้จะเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมของนักสัตวแพทย์

“คนเป็นสัตวแพทย์ต้องรู้ ถ้าถึงจุดหนึ่งที่เราดูแลรักษาไม่ได้เราต้องเป็นคนพิจารณาว่าสัตว์ตัวนั้นจะต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปหรือไม่ คืออำนาจหน้าที่ เป็นเกียรติของสัตวแพทย์ในการพิจารณาชี้ขาดทำเมตตาฆาตในสัตว์ เพราะการปล่อยให้สัตว์ทนทุกข์ทรมานต่อไปถือว่าผิดจรรยาบรรณของหมอสัตว์ เพราะฉะนั้นสัตวแพทย์จะต้องเจอสิ่งเหล่านี้ ถือว่าเป็นหลักเกณฑ์หนึ่งในการเรียน ทุกคนต้องทำ และต้องทำให้ได้”

อดทนเข้าไว้ การเรียนสัตวแพทย์ไม่ใช่เรื่องสนุก หรือฟังแล้วขำๆ ยิ้มๆ แต่เป็นเรื่องที่จะต้องใช้ความรับผิดชอบอย่างสูงสุด แต่อย่างไรก็ตามสัตวแพทย์อันพึงประสงค์ จะต้องเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี สื่อสารกับคนได้เพราะต้องสื่อสารแทนสัตว์ บอกอารมณ์และความต้องการของสัตว์ได้ ต้องเข้มแข็งและอดทนเพราะต้องเจอกับเจ้าของสัตว์สารพัดรูปแบบ