ธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์และสถานบริการรักษาสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตต่อเนื่อง

ปัจจุบันนี้สถานพยาบาลสัตว์เฉพาะในกรุงเทพฯ มีเพิ่มขึ้นเหมือนกับร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากสัตวแพทย์จบใหม่ลงทุนเปิดคลินิกรักษาสัตว์แทนที่จะไปรับราชการในกรมปศุสัตว์ หรือทำงานบริษัทเอกชน ส่วนหนึ่งเกิดจากความนิยมเลี้ยงสัตว์มากขึ้น ส่วนใหญ่นิยมเลี้ยงพันธุ์ต่างประเทศ ขณะเดียวกันวงการสัตว์แพทย์เริ่มเปลี่ยนจากรักษาสัตว์ใหญ่ในฟาร์ม ก็หันมารักษาสัตว์เล็กมากขึ้นสอดคล้องกับสภาพตลาดเพราะคนหันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็น สุนัข แมว ปลาสวยงามและอื่นๆ จากคลินิกห้องแถวเปิดพัดลมก็เปลี่ยนเป็นตึกขนาดใหญ่ มีเทคโนโลยีเครื่องไม้เครื่องมือครบครัน โดยหัวใจสำคัญที่นอกเหนือจากเรื่องมาตรฐานการให้บริการคุณภาพในเรื่องของการตลาด บุคลากรเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามที่จะต้องปรับปรุงเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ ทั้งผู้เลี้ยงและสัตว์เลี้ยงที่นำมารับบริการ เพียงแค่สัตวแพทย์คนเดียวไม่สามารถให้บริการแก่ผู้มาใช้บริการได้เต็มที่ จำเป็นต้องพัฒนาทีมงานให้บริการที่มีมาตรฐานมาสร้าง ความเชื่อมั่นและประทับใจให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง

แม้สังคมไทยยังไม่ถึงขั้นสังคมในยุโรปหรืออเมริกา คนไทยยังไม่ใส่ใจที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงมากมายขนาดนั้น แต่ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อยๆเพราะคนมีรายได้มากขึ้น สามารถจ่ายให้กับสัตว์เลี้ยงได้มากขึ้น และทัศนคติของคนก็เปลี่ยนไปจากที่เลี้ยงสัตว์ไว้เฝ้าบ้าน ก็เป็นเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน มีความผูกพันกัน สัตว์เลี้ยงมันไม่เคยเสแสร้ง เนื่องจากธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ และสถานบริการรักษาสัตว์เลี้ยงมีการเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบันพบว่ามีจำนวนเกือบ 2 พันแห่ง ส่งผลให้มีเม็ดเงินสะพัดกว่า 1 หมื่นล้านบาท และยังพบว่าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางเพิ่มที่มีอายุระหว่าง 25-35 ปีมากขึ้น ซึ่งเป็นฐานที่ใหญ่จากเดิมที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในระดับบน ทำให้คาดว่าใน 3-5 ปีตลาดนี้จะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง

เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น และเป็นการสร้างรายได้ของบริษัทให้เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ดีการชะลอตัวของเศรษฐกิจเบื้องต้นจะส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินธุรกิจในปีหน้าและทำให้แผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องเลื่อนออกไป ปัจจุบันธุรกิจโรงพยาบาลและรับรักษาสัตว์เลี้ยงกำลังประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากร ทั้งแพทย์เฉพาะทาง , พนักงาน , พยาบาลอย่างหนัก และไม่สามารถผลิตคนออกมารองรับการขยายตัวของธุรกิจได้ คนรุ่นใหม่ที่มีสัตว์เลี้ยงจะเน้นการดูแล และป้องกันมากกว่าการรักษา ทำให้โรงพยาบาลต้องเสริมด้านการบริการ และการจัดการด้านความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้ามากขึ้น

เตรียมตัวก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพสัตวแพทย์

ก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพ อะไรเป็นสิ่งที่เด็กสัตวแพทย์ต้องเจอะเจอในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อเข้ามาในคณะสัตวแพทย์ศาสตร์แล้ว ต้องเริ่มเรียนรู้สัตว์ทุกชนิด โดยมีเกณฑ์ไม่ต่างจากหมอคน คือ เรียนพื้นฐาน 6 ปี แล้วค่อยไปหาความเชี่ยวชาญทีหลัง

“คนที่จะมาเรียนต้องไม่รังเกียจสัตว์ มีความอ่อนโยน เมตตา มีความเข้มแข็งและแข็งแรงพอสมควร เพราะจะต้องมีการจับ ควบคุมสัตว์ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนขนาดใหญ่ เล็กที่สุดก็ต้องมีความอ่อนโยน ขนาดใหญ่ก็ต้องมีความแข็งแรง เช่น ปศุสัตว์ หรือสัตว์ป่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมีความทุ่มเท ตั้งใจ เพราะว่าเราเลือกเรียนเฉพาะชนิดไม่ได้ เราต้องเรียนพื้นฐานสัตว์ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มนั้นๆ ก็จะต้องรู้จักที่จะเปรียบเทียบ หาจุดเด่นที่จะจดจำหรือนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพ”

ส่วนเหตุการณ์ที่นักศึกษาแพทย์ในคณะสัตวแพทย์ต้องเจอคือการทำเมตตาฆาตหรือในทางแพทย์เรียกว่าการุณฆาต เป็นการทำให้สัตว์จากไปอย่างสงบ ปราศจากความทุกข์ทรมาน ทุรนทุรายโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพราะหัวใจของการเป็นสัตวแพทย์ก็คือ มุ่งให้เกิดสวัสดิภาพทั้งกายและใจแก่สัตว์ ดังนั้นการเจ็บปวดทรมานจะต้องไม่เกิดขึ้น การทำเมตตาฆาตก็เท่ากับเป็นการทำให้สัตว์หลับอย่างสบายโดยไม่ต้องทรมาน ซึ่งเหตุการณ์นี้จะเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมของนักสัตวแพทย์

“คนเป็นสัตวแพทย์ต้องรู้ ถ้าถึงจุดหนึ่งที่เราดูแลรักษาไม่ได้เราต้องเป็นคนพิจารณาว่าสัตว์ตัวนั้นจะต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปหรือไม่ คืออำนาจหน้าที่ เป็นเกียรติของสัตวแพทย์ในการพิจารณาชี้ขาดทำเมตตาฆาตในสัตว์ เพราะการปล่อยให้สัตว์ทนทุกข์ทรมานต่อไปถือว่าผิดจรรยาบรรณของหมอสัตว์ เพราะฉะนั้นสัตวแพทย์จะต้องเจอสิ่งเหล่านี้ ถือว่าเป็นหลักเกณฑ์หนึ่งในการเรียน ทุกคนต้องทำ และต้องทำให้ได้”

อดทนเข้าไว้ การเรียนสัตวแพทย์ไม่ใช่เรื่องสนุก หรือฟังแล้วขำๆ ยิ้มๆ แต่เป็นเรื่องที่จะต้องใช้ความรับผิดชอบอย่างสูงสุด แต่อย่างไรก็ตามสัตวแพทย์อันพึงประสงค์ จะต้องเป็นคนที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี สื่อสารกับคนได้เพราะต้องสื่อสารแทนสัตว์ บอกอารมณ์และความต้องการของสัตว์ได้ ต้องเข้มแข็งและอดทนเพราะต้องเจอกับเจ้าของสัตว์สารพัดรูปแบบ

เตรียมตัวเป็นหมอสัตว์ก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพเพื่อความเข้มแข็งและแข็งแรง

ประเทศเรากำลังพัฒนาซึ่งเริ่มผลิตยาเอง และมีการทดสอบในสัตว์ งานวิจัยจำเป็นจะต้องมีสัตวแพทย์เกี่ยวข้องอย่างมาก แต่กลับถูกมองข้าม เมื่ออุปสงค์ไม่มี อุปทานจึงไม่เกิด เด็กจึงเหทิศไปเป็นสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงเสียหมด นั่นเพราะบ้านเรายังขาดการเชื่อมโยงระหว่างระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมของสัตว์และคน ส่วนใหญ่มุ่งแต่รักษาแต่คนซึ่งเป็นปลายเหตุ หรือไม่ก็มีแต่หมอที่นั่งรอแต่จะรักษาสัตว์โดยไม่คำนึงถึงการนำโรคไปสู่คน ยังมีส่วนน้อยที่เข้าใจว่าการรักษาสัตว์ให้สุขภาพดีนั้น เป็นการช่วยป้องกันโรคให้คนด้วย

เตรียมเป็นหมอสัตว์ก่อนจะก้าวเข้าสู่ตลาดอาชีพ อะไรเป็นสิ่งที่เด็กสัตวแพทย์ต้องเจอะเจอในรั้วมหาวิทยาลัย ศ.น.สพ.ปานเทพ ในฐานะที่เคยเป็นนักศึกษาแพทย์จนตอนนี้เป็นอาจารย์หมอแล้ว ให้คำตอบว่า เมื่อเข้ามาในคณะสัตวแพทย์ศาสตร์แล้ว ต้องเริ่มเรียนรู้สัตว์ทุกชนิด โดยมีเกณฑ์ไม่ต่างจากหมอคน คือ เรียนพื้นฐาน 6 ปี แล้วค่อยไปหาความเชี่ยวชาญทีหลังคนที่จะมาเรียนต้องไม่รังเกียจสัตว์ มีความอ่อนโยน เมตตา มีความเข้มแข็งและแข็งแรงพอสมควร เพราะจะต้องมีการจับ ควบคุมสัตว์ตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนขนาดใหญ่ เล็กที่สุดก็ต้องมีความอ่อนโยน ขนาดใหญ่ก็ต้องมีความแข็งแรง เช่น ปศุสัตว์ หรือสัตว์ป่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องมีความทุ่มเท ตั้งใจ เพราะว่าเราเลือกเรียนเฉพาะชนิดไม่ได้ เราต้องเรียนพื้นฐานสัตว์ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มนั้นๆ ก็จะต้องรู้จักที่จะเปรียบเทียบ หาจุดเด่นที่จะจดจำหรือนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาชีพ

ส่วนเหตุการณ์ที่นักศึกษาแพทย์ในคณะสัตวแพทย์ต้องเจอคือการทำเมตตาฆาตหรือในทางแพทย์เรียกว่าการุณฆาต เป็นการทำให้สัตว์จากไปอย่างสงบ ปราศจากความทุกข์ทรมาน ทุรนทุรายโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพราะหัวใจของการเป็นสัตวแพทย์ก็คือ มุ่งให้เกิดสวัสดิภาพทั้งกายและใจแก่สัตว์ ดังนั้นการเจ็บปวดทรมานจะต้องไม่เกิดขึ้น การทำเมตตาฆาตก็เท่ากับเป็นการทำให้สัตว์หลับอย่างสบายโดยไม่ต้องทรมาน ซึ่งเหตุการณ์นี้จะเป็นความทรงจำที่ยากจะลืมของนักสัตวแพทย์คนเป็นสัตวแพทย์ต้องรู้ ถ้าถึงจุดหนึ่งที่เราดูแลรักษาไม่ได้เราต้องเป็นคนพิจารณาว่าสัตว์ตัวนั้นจะต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปหรือไม่ คืออำนาจหน้าที่ เป็นเกียรติของสัตวแพทย์ในการพิจารณาชี้ขาดทำเมตตาฆาตในสัตว์ เพราะการปล่อยให้สัตว์ทนทุกข์ทรมานต่อไปถือว่าผิดจรรยาบรรณของหมอสัตว์ เพราะฉะนั้นสัตวแพทย์จะต้องเจอสิ่งเหล่านี้ ถือว่าเป็นหลักเกณฑ์หนึ่งในการเรียน ทุกคนต้องทำ และต้องทำให้ได้

ความสำคัญของสัตวแพทย์และธุรกิจโรงพยาบาลสัตว์ในการรักษาสัตว์

ปัจจุบันในแต่ละวันจะต้องพบเจอกับสัตว์ต่างๆมากมายหลากหลายพันธุ์  ไม่ว่าบ้านหลังไหน  ต่างก็เลี้ยงสัตว์กันเกือบทุกบ้าน  ทั้งสุนัข แมว นกและสัตว์อีกมากมาย  ก็เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในบ้าน ทุกๆคนภายในบ้านต่างก็ให้ความรัก  ความเอาใจใส่  ดูแลสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นเป็นอย่างดี  และเมื่อสัตว์เจ็บป่วยก็พาไปรักษา ได้  แต่ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของหรือไม่มีเจ้าของก็ตาม  ผู้ที่จะคอยดูแลรักษาให้หายจากอาการป่วยได้นั้นก็คือหมอรักษาสัตว์หรือที่เรียกว่าสัตวแพทย์

เนื่องจากขณะนี้ในบ้านเราได้เริ่มให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของสัตว์มากขึ้น  ทั้งในสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ การสร้างผลงานวิจัยต่างๆ  การผลิตยาที่ใช้ในสัตว์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีสัตวแพทย์เข้ามาทำงานโดยตรง ทำให้ทุกวันนี้อาชีพสัตวแพทย์ยังขาดแคลนบุคลากรอีกมาก  สาเหตุเป็นเพราะเยาวชนที่มีใจรักสัตว์  แล้วสนใจที่จะศึกษาต่อในคณะสัตวแพทย์ยังมีอยู่น้อย  อาจเป็นเพราะงานวิจัยในประเทศไทย  ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับสัตวแพทย์เท่าที่ควร  ทำให้นิสิตนักศึกษาไม่มั่นใจว่าการทำงานด้านสัตวแพทย์นั้นมีโอกาสเติบโตในสายงานมากน้อยเพียงใด  และอาจเข้าใจผิดว่าสัตวแพทย์ต้องรักษาเพียงสัตว์เท่านั้น  ทั้งที่ความจริงตลาดที่รองรับสายงานนี้กว้างมากกว่าที่คิด  และสามารถทำประโยชน์ในด้านบริการสังคมได้อย่างกว้างขวาง

การดูแลสัตว์เลี้ยงที่แท้จริง  เริ่มตั้งแต่การที่เจ้าของนั้นต้องมีความรัก  ความเข้าใจ  เอาใจใส่ในความต้องการ  และลักษณะของสัตว์แต่ละสายพันธุ์  สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการดูแลสัตว์ให้มีสุขภาพแข็งแรง  ดูแลป้องกันไม่ให้เกิดโรค  ส่วนการรักษานั้นเป็นแค่ปลายทางในการดูแลเท่านั้น  ซึ่งสัตวแพทย์มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่เจ้าของ ตั้งแต่การเลี้ยงดู  จนถึงการรักษาโรค  เพื่อให้สัตว์ที่เราเลี้ยงมีความสุข  สุขภาพแข็งแรง  และอยู่ด้วยกันไปนานๆ นอกเหนือจากการดูแลสัตว์และรักษาสัตว์แล้ว สัตวแพทย์ยังต้องคอยดูแลสวัสดิภาพ  และความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ในงานด้านสัตวแพทย์สาธารณสุข  ตรวจสอบคุณภาพอาหารและผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มาจากสัตว์ เช่น เนื้อ นม ไข่หรือบทบาทหน้าที่ของขอบข่ายงานด้านการศึกษาและวิจัยต่างๆ  ด้านสัตว์ทดลองการศึกษาโรคสัตว์สู่คน เป็นต้น ซึ่งยังไม่รวมงานด้านเอกชนทั้งฝ่ายวิชาการ ฝ่ายขาย ฯลฯ จะเห็นได้ว่าขอบข่ายงานของสัตวแพทย์ค่อนข้างที่จะกว้างมาก ดังนั้นกว่าที่จะเรียนจบออกมาเป็นสัตวแพทย์อย่างเต็มตัวนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

การใช้บริการคลินิกสัตว์ในปัจจุบัน

ปัจจุบันพบว่ามีอัตราการเพิ่มของประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปจากครัวครัวใหญ่ขยายมาเป็นครัวครอบเดี่ยวที่มีลักษณะหลากหลายขึ้น ซึ่งประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูก หรือผู้สูงอายุ เนื่องจากปัจจุบันมีความแตกต่างในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและชุมชน หรืออื่นๆ ทำให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วการดำรงชีวิตจากที่เรียบง่ายก็เปลี่ยนมาเป็นสังคมที่มีการแข่งขันกันมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันในหลายๆด้านด้วยกัน เช่น โอกาสในการทำงาน โอกาสในการศึกษา ทำให้ต้องพยายามหลีกหนีการเผชิญหน้าจากปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น จึงจำเป็นจะต้องหาตัวช่วยในการผ่อนคลายความเคลียด อย่างเช่น การเลี้ยงสัตว์ เพื่อแก้เหงา ทั้งนี้จะยกตัวอย่างสุนัข

การเลี้ยงสุนัขเพื่อเป็นเพื่อแก้เหงา หรือเลี้ยงไว้เป็นงานอดิเรกได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ในปัจจุบัน เนื่องจากสุนัขมีความรักผูกพันและจงรักภักดีต่อเจ้าของ อีกทั้งสุนัขยังสามารถที่จะทำให้ผู้เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน เพื่อความเพลิดเพลินคลายความตึงเครียดหลังจากเลิกงาน และด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ตึเคลียดในปัจจุบันทำให้แนวโน้มการอยู่คนเดียวเพิ่มมากขึ้น ทำให้บางคนนิยมที่จะเลี้ยงสุนัขแทนที่จะมีครอบครัวหรือมีบุตร เมื่อบรรดาผู้เลี้ยงสุนัขในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนสถานะของสุนัขโดยให้ความสำคัญกับการดูแลสุนัขมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ด้านอาหาร ที่อยู่ การรักษาโรค รวมถึงการเอาใจใส่ที่เกิดจากความผูกพัน ทำให้เกิดเป็นธุรกิจด้านสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงตามมา เช่น ธุรกิจฟาร์มาเพาะพันธุ์ ธุรกิจผลิตอาหาร โรงพยาบาลและคลินิกรักษาสุนัขรับตัดแต่งขน ของใช้กระจุกกระจิกของสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงบริการที่ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่เดิมให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้น เช่น เสื้อผ้าสุนัข

ฉะนั้นการให้บริการคลินิกสัตว์ก็ควรจะเลือกทำเลที่ตั้งเปิดร้าน โดยต้องแน่ใจว่าทำเลที่เลือกนั้นมีความเหมาะสมต่อการค้าขาย บางคนอาจใช้ที่บ้านของตนเองก็ได้ แต่ต้องเป็นทำเลที่ตั้งที่มีคนผ่านไปมาตลอดก็สามารถประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้าอยู่ในซอยลึกๆ อาจจะทำให้รายได้ลดน้อยลงไป ซึ่งอาจจะทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในธุรกิจเหล่านี้ นอกจากนี้ควรจะดูในเรื่องของคูแข่งด้วยว่ามีการ แข่งขันมากน้อยเพียงใด และเพื่อให้ธุรกิจเหล่านี้โดดเด่นมากขึ้นนั้นควรจะมีการให้บริการในรูปแบบใหม่ๆ เข้ามาช่วยด้วย

หน่วยบริการสัตวแพทย์เคลื่อนที่เพื่อช่วยเหลือประชาชน

ปัจจุบันพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ทำให้มนุษย์และสัตว์เลี้ยงมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น

ทำให้โอกาสในการเกิดโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คนสูงมากตามไปด้วย เช่น โรคพิษสุนัขบ้า โรคเลปโตสไปโรซีส โรคปรสิตภายใน โรคผิวหนัง โรคภูมิแพ้ เป็นต้นดังนั้นสัตวแพทยศาสตร์จึงต้องการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนมีความตื่นตัวในการดูแลรักษาสุขภาพสัตว์อันเป็นการป้องกันตัวเองและคนในครอบครัวเพื่อให้มีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อเป็นการทำงานในเชิงรุกและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างทั่วถึง ซึ่งในเบื้องต้นจะมีรถพยาบาลออกบริการนอกสถานที่ โดยให้บริการตรวจรักษาทั้งสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ สามารถให้บริการในระดับพื้นฐาน ประกอบด้วย การตรวจสุขภาพ การฉีดวัคซีน การรักษาทางอายุกรรมขั้นต้น การเย็บแผล และการตรวจห้องปฏิบัติการเบื้องต้น

ปัจจุบันบทบาทของสัตวแพทย์ที่นอกเหนือจากการรักษาและดูแลสุขภาพสัตว์ที่เลี้ยงเป็นเพื่อน อาทิ สุนัขหรือแมว หรือปศุสัตว์ต่างๆ ยังมีสัตวแพทย์ที่ดูแลสัตว์ประเภทอื่นๆที่มีความสำคัญเช่นกัน เช่น สัตว์ป่าทั้งในพื้นที่อาศัย สัตว์ป่าในพื้นที่เพาะเลี้ยงหรือสวนสัตว์ สัตว์เลี้ยงพิเศษ ประชาชนส่วนใหญ่ยึดอาชีพทางการเกษตร เช่น การทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เป็นอาชีพหลัก การประกอบอาชีพของประชาชนต่างๆ เหล่านี้จึงมีส่วนช่วยสร้างเสริมเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้อีกด้วย การเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นการเลี้ยงแบบรายย่อย ช่วยกันเพาะเลี้ยงภายในครัวเรือนเพื่อใช้ในการบริโภคหรือเพื่อใช้ประกอบงานอาชีพเกษตรกรรมและบางกลุ่มเลี้ยงเพื่อขายเป็นการดำรงชีพ เมื่อสัตว์ต่างๆเหล่านั้นเกิดเจ็บป่วยหรือล้มตายจะด้วยโรคระบาดหรือด้วยการที่ไม่มีความรู้ในเรื่องป้องกันโรคสัตว์ที่สามารถป้องกันได้ เมื่อสัตว์เลี้ยงล้มตายจึงมีผลอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของเกษตรกร

การเปิดหน่วยบริการสัตวแพทย์เคลื่อนที่สัตว์ใหญ่

มีหน้าที่ในการบริการรับส่งสัตว์ป่วยเพื่อย้ายเข้ามาทำการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ ในกรณีที่เป็นสัตว์ป่วยฉุกเฉินที่ต้องการความรวดเร็วในการเคลื่อนย้าย หรือในกรณีที่สัตว์มีขนาดใหญ่เจ้าของไม่สามารถนำสัตว์มาทำการรักษาด้วยตนเองได้ หน่วยเคลื่อนที่สัตว์ใหญ่ยังให้บริการฉีดวัคซีน การเก็บตัวอย่างเลือด การทำหัตการเบื้องต้น การให้คำแนะนำในด้านการเลี้ยงการจัดการ และการดูแลสัตว์ป่วยในรายที่เจ้าของนำกลับมารักษาตัวต่อที่บ้าน ในด้านการออกให้บริการจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสัตวแพทย์ว่ามีความเหมาะสมหรือมีความจำเป็นหรือไม่

ความสำคัญและความจำเป็นในเชิงธุรกิจของสัตวแพทย์ต่อสัตว์เลี้ยง

ในปัจจุบันบทบาทของสัตวแพทย์ที่นอกเหนือจากการรักษาและดูแลสุขภาพสัตว์ที่เลี้ยงเป็นเพื่อน อาทิ สุนัขหรือแมว หรือปศุสัตว์ต่างๆ ยังมีสัตวแพทย์ที่ดูแลสัตว์ประเภทอื่นๆ ที่มีความสำคัญเช่นกันเช่นสัตว์ป่าทั้งในพื้นที่อาศัย สัตว์ป่าในพื้นที่เพาะเลี้ยงหรือสวนสัตว์ สัตว์เลี้ยงพิเศษ รวมถึงงานการเรียนการสอน และงานวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ชนิดดังกล่าว

15

สัตว์เลี้ยงพิเศษ (exotic pet)ในปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากขึ้นมาก สัตวแพทย์จึงจำเป็นต้องหาความรู้เพิ่มเติมในแต่ละชนิดสัตว์ที่ประชาชนนิยมเลี้ยงในทุกๆวันนี้ เนื่องจากในสถาบันการศึกษามีชั่วโมงที่จะสอนเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงพิเศษค่อนข้างน้อย ดังนั้นนักศึกษาสัตวแพทย์หรือสัตวแพทย์ต้องมีความคิดประยุกต์นำความรู้พื้นฐานที่เรียนมาจากสัตว์อื่นๆ เป็นหลัก ซึ่งไม่ต่างกันในพื้นฐานระหว่างสัตว์ชนิดที่ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ต้องทบทวนหรือหาความรู้เพิ่มคือ ชีววิทยา พฤติกรรม และความต้องการบางอย่างของสัตว์เลี้ยงพิเศษแต่ละชนิดที่จะต่างจากสุนัขหรือแมวที่ใช้เป็นต้นแบบเวลาเรียนในชั่วโมงเรียนซึ่งในจุดนี้แม้ในการเรียนการสอนในห้องบรรยายจะมีน้อย แต่จำเป็นที่ต้องหาความรู้เพิ่มเติม และอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ควรแทรกความรู้เกี่ยวกับสัตว์พิเศษในชั่วโมงอื่นๆเช่น วิชาฝึกงานคลินิก หรือวิชาอื่นๆเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนจากปัญหา จากคำถามที่พบจริง เพื่อทำความเข้าใจ มิใช่เพียงเรียนเพื่อความจำไปสอบจากความรู้ในห้องบรรยายเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นบทบาทของสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงพิเศษเพิ่มเติมคือ การให้ความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงพิเศษเชิงรุกต่อผู้เลี้ยง เพราะสื่ออื่นๆมักเข้าถึงผู้เลี้ยงก่อนสัตวแพทย์เสมอ และบางครั้งอาจทำให้เกิดการเลี้ยงสัตว์อย่างไม่ถูกต้องส่งผลถึงสุขภาพของสัตว์ที่เป็นปัญหา บางครั้งกว่าจะมาถึงสัตวแพทย์ก็รักษาหรือแก้ไขได้ยาก ถ้าผู้เลี้ยงได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลี้ยง ไม่ปรับเปลี่ยนธรรมชาติของสัตว์เหล่านี้ สัตว์ก็จะมีสุขภาพดี ส่งผลถึงการทำงานของสัตวแพทย์ที่ง่ายขึ้นตามมา นอกจากนี้วงการสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงพิเศษควรมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่เสมอเนื่องจากเป็นสังคมที่ไม่ใหญ่นัก ถ้ามีเคสที่พบใหม่มาก็มักจะพบเคสใกล้เคียงตามๆกันมา อีกทั้งเมื่อทราบความรู้หรือกระแสใหม่ๆในการเลี้ยงก็ควรแลกเปลี่ยนกันอยู่เสมอ เพื่อให้สัตวแพทย์มีความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงพิเศษซึ่งมักจะมีการนำสัตว์ใหม่ๆ หรือพบเคสใหม่ๆอยู่เสมอ เนื่องจากความคาดหวังของเจ้าของสัตว์ประเภทนี้ค่อนข้างสูง รวมทั้งมักจะมีความรู้ในสัตว์ที่ตนเลี้ยงเป็นอย่างดี สัตวแพทย์จึงต้องมีความรู้ที่แน่นและอธิบายความปกติ และความผิดปกติได้เป็นอย่างดี เจ้าของสัตว์จึงจะไว้ใจให้สัตวแพทย์ดูแลสัตว์ได้

แนวโน้มในการเติบโตของสาขาอาชีพสัตวแพทย์

kittengale.com

ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน มีข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่มีการติดต่อจากสัตว์ไปยังคนได้มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เพราะสัตว์ก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งของระบบนิเวศ และถือเป็นตัวนำและแพร่เชื้อมาสู่คนได้ ซึ่ง70-80 เปอร์เซ็นต์ มาจากการติดเชื้อจากสัตว์ และในจำนวนหนึ่งก็มาจากโรคที่เกิดจากสัตว์ป่า ทำให้ทุกวันนี้มีโรคใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ อย่างไรก็ตามเราจะไม่สามารถควบคุมโรคได้เลย ถ้าเราไม่มีเหล่าสัตวแพทย์ในการรักษา ดังนั้นสัตวแพทย์จึงเป็นอาชีพหนึ่งที่ช่วยรักษามนุษย์ทางอ้อมผ่านการดูแลรักษาสัตว์

สัตวแพทย์ยังเป็นคณะที่นิยมในหมู่นักศึกษาอยู่ โดยภาพรวมถือว่าไม่ขาดแคลน แต่ในส่วนนี้ยังนิยมที่จะเป็นหมอ ทำให้มีงานว่างหลายตำแหน่ง เช่น นักวิจัยทดลอง การผลิตอาหารสัตว์ แพทย์สัตว์ป่าสัตว์น้ำ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคใหม่ๆที่ติดต่อมาจากสัตว์สู่คน ซึ่งเป็นสาขาอาชีพที่น่าสนใจ และยังไม่มีบุคลากรที่สนใจทางด้านนี้เลย ส่วนหนึ่งที่ทำให้มีคนเรียนน้อย เพราะงานวิจัยในบ้านเรายังไม่ให้ความสำคัญกับสัตวแพทย์ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวนักศึกษาว่าจะมีงานรองรับตนในด้านการวิจัยหรือไม่ มีโอกาสเติบโตน้อย และส่วนหนึ่งยังเชื่อว่าหมอสัตว์ต้องรักษาเพียงแค่สัตว์เท่านั้น ไม่สามารถเป็นได้มากกว่านี้ ทำให้คนทำงานด้านนี้ยังคงขาดแคลน

ผู้ที่จะประกอบอาชีพสัตวแพทย์ควรมีคือการทำเมตตาฆาตหรือในทางแพทย์เรียกว่าการุณฆาต เป็นการทำให้สัตว์จากไปอย่างสงบโดยไม่ทรมาน ใช้กระบวนการทางวิยาศาสตร์ เพราะการเป็นสัตวแพทย์มีหัวใจสำคัญ คือ มุ่งให้เกิดสวัสดิภาพทั้งกายและใจสู่สัตว์ ดังนั้นการทรมานทางด้านร่างกายและจิตใจจึงไม่ควรเกิดขึ้น การทำเมตตาฆาตก็เท่ากับว่าทำให้สัตว์หลับอย่างสบายโดยไม่ทุกข์ทรมาน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ป็นสิ่งที่ยากต่อการเป็นสัตวแพทย์

มนุษย์อยู่คู่กับสัตว์มาช้านานจะเห็นได้ตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์ สัตว์สามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้ในด้านต่างๆ เช่น เป็นเพื่อนคลายเหงา เป็นเพื่อนเล่นให้กับเด็กๆ หรือสัตว์ที่ใช้ปฐมพยาบาลในต่างประเทศ ส่งผลให้ในสมัยนี้เริ่มมีธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจรับตัดขนสุนัข ธุรกิจรับดูแลสัตว์เลี้ยง ธุรกิจขายเครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าสุนัข รวมไปถึงการเปิดคลินิกรักษาสัตว์ที่เราสามารถเห็นได้อยู่ทั่วไป

ธุรกิจอาชีพสัตวแพทย์ อาชีพที่มีโอกาสในการก้าวหน้าสูง

ทุกวันนี้ในวิชาชีพด้านสัตวแพทย์เรียกได้ว่ายังขาดแคลนบุคลากรอีกมาก สาเหตุเพราะเยาวชนที่มีใจรักสัตว์สนใจจะศึกษาต่อด้านสัตวแพทย์ยังมีอยู่น้อย อาจเป็นเพราะงานวิจัยในประเทศไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับสัตวแพทย์เท่าที่ควร ทำให้นิสิต นักศึกษาไม่มั่นใจว่าการเป็นนักวิจัยหรือการทำงานเพื่อสนับสนุนงานด้านสัตวแพทย์นั้นมีโอกาสเติบโตในสายงานมากน้อยเพียงใด และส่วนหนึ่งยังอาจเข้าใจผิดว่าหมอสัตว์ต้องรักษาแต่เพียงสัตว์เท่านั้น ไม่สามารถเป็นอะไรได้มากกว่านี้ ทั้งที่ความจริงตลาดที่รองรับสายงานนี้กว้างมากกว่าที่คิด และสามารถทำประโยชน์ในด้านบริการสังคมได้อย่างกว้างขวาง
103903287
ประเทศไทยยังต้องการบุคลากรในสาขาสัตวแพทย์อีกมาก เนื่องจากขณะนี้บ้านเราได้เริ่มให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้นทั้งในสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ อีกทั้งมีการพัฒนาการผลิตยาที่ใช้ในสัตว์ การสร้างผลงานวิจัยต่างๆ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีสัตวแพทย์เข้ามาทำงานโดยตรง เมื่อประเทศไทยมีผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานสากลแล้วนั่นจะนำไปสู่การปรับทัศนคติของคนไทยส่วนใหญ่ให้เข้าใจถึงบทบาทของสัตวแพทย์ในสังคมมากขึ้น  ในส่วนนี้จะขอยกตัวอย่างหน้าที่ของสัตวแพทย์ในเรื่องการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยง การดูแลสัตว์เลี้ยงที่แท้จริงนั้นต้องเริ่มตั้งแต่การเลี้ยงดูโดยเจ้าของที่มีความรัก ความรู้  เข้าใจและเอาใจใส่ในความต้องการและลักษณะของสัตว์แต่ละสายพันธุ์ กุญแจสำคัญคือการดูแลสัตว์ให้มีสุขภาพแข็งแรง และป้องกันไม่ให้เกิดโรค ส่วนการรักษาเป็นแค่ปลายทางสำหรับการดูแลเท่านั้น ซึ่งตรงนี้สัตวแพทย์มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่เจ้าของตั้งแต่การเลี้ยงดูจนถึงการรักษาโรคเพื่อให้สัตว์ที่เราเลี้ยงมีความสุขและสามารถอยู่กับเราไปได้นานๆ

ความต้องการผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ  เพราะนอกจากจะประกอบธุรกิจส่วนตัวแล้ว สถานประกอบกิจการภาคเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบกิจการด้าน ปศุสัตว์ ล้วนแต่ต้องพึ่งสัตวแพทย์ในการดูแล และตรวจรักษาทั้งสิ้น ถ้าปีใดเศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวลดลงจะมีผลกระทบต่อตลาดแรงงานในอาชีพนี้บ้าง ปัจจุบัน ประเทศไทยรณรงค์ด้านการสงวนพันธุ์สัตว์ป่า เช่น ช้าง เสือ กระทิง จึงมีสัตวแพทย์ประจำโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าที่พลัดหลง หรือบาดเจ็บ ส่วนผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์นั้นมีเพิ่มขึ้นเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นจะต้องทำให้สินค้ามีคุณภาพและปลอดจากโรค ความต้องการสัตว์แพทย์จึงยังคงมีอยู่และอาจเพิ่มมากขึ้น ถ้าการส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีผู้นิยมเลี้ยงสัตว์ในบ้านเรือนส่วนบุคคลมากขึ้น ความต้องการสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลหรือคลินิก อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกทั้งโอกาสในการประกอบอาชีพส่วนตัวเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เพราะผู้เลี้ยงสัตว์มักนำสัตว์เลี้ยงของตนไปคลีนิกมากขึ้น  เนื่องจากต้องการความสะดวกรวดเร็วในการตรวจและรักษาสัตว์เลี้ยง

ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงรวมถึงหน้าที่ของสัตวแพทย์ด้วยที่ต้องดูในเรื่องสุขภาพสัตว์

ด้วยสภาพครอบครัวในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปเป็นครอบครัวเดี่ยว ทำให้ “ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยง” มีแนวโน้มว่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนหันมาเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นเพื่อนหย่อนใจและเอาไว้เฝ้าบ้าน ทั้งความน่ารักน่าเอ็นดูของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ก็ได้ผูกใจคนเลี้ยง จนต้องให้ความดูแลเอาใจใส่เหมือนหนึ่งสมาชิกครอบครัว

เห็นได้ว่า ตอนนี้มีธุรกิจและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงผุดขึ้นมามากมาย ตั้งแต่ที่เพาะพันธุ์สัตว์ โรงพยาบาล สัตวแพทย์ อาหาร รับตัดแต่งขน ของใช้กระจุกกระจิกของสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงบริการที่ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่เดิมให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้น เช่น เสื้อผ้าสุนัขและแมวดีไซน์เก๋ ร้านกาแฟที่พาสัตว์เลี้ยงไปชิลด้วยได้ บริการเพ็ทแคร์และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงครบวงจร ฯลฯ

ปัจจุบันธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าตลาดประมาณ 10,500 ล้านบาท โดยตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงกินส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยโรงพยาบาล เวชภัณฑ์ และสุดท้ายคือ บริการด้านสัตว์เลี้ยง ซึ่งกินส่วนแบ่ง 14% ของตลาด (หรือเท่ากับราว 1,400-1,500 ล้านบาท)

อย่างไรก็ดี แม้ว่ากระแสการเติบโตของตลาดนี้จะดูรุ่งโรจน์สดใส แต่การจะเริ่มทำธุรกิจด้านเพ็ทแคร์นั้น ก็ควรคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ ด้านก่อน ทั้งนี้เพื่อป้องการการเพลี่ยงพล้ำเจ็บตัวจากการลงทุน โดยปัจจัยเกี่ยวข้องที่ว่ามีดังต่อไปนี้

1. ควรมีที่ปรึกษาด้านการดำเนินธุรกิจ การธนาคาร บัญชี และนักวิชาการสัตว์เลี้ยงด้วย นอกจากนั้นควรอ่านหนังสือ เข้าฝึกอบรม ดูงานร้าน pet shop ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนเปิดร้านจริง

2. เลือกทำเลเปิดร้านอย่างระมัดระวัง โดยคุณต้องแน่ใจว่า ทำเลที่เลือกนั้นมีความเหมาะสมต่อการค้าขาย บางคนอาจใช้ที่บ้านของตนเองก็ได้ (เพราะไม่ต้องเสียค่าเช่า-ค่าเซ้ง) ซึ่งถ้าหน้าร้านอยู่ในทำเลที่มีคนผ่านไปมามากแล้ว ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ถ้าอยู่ในซอยลึกๆ ก็คงขายได้แต่คนแถวๆ นั้น

3. วิเคราะห์สถานการณ์ตลาดในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร ดูคู่แข่งว่ามีมากน้อยแค่ไหน ลูกค้าของคุณเป็นใคร แล้วคุณจะตัดสินได้ว่าควรทำตลาดในระดับใด (วางตำแหน่งทางการตลาดของตนไว้ที่ไหน) เพื่อจะได้สร้างทางเลือกใหม่ๆ หรือสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น

นอกจากปัจจัยทางธุรกิจข้างต้นแล้ว ความคิดสร้างสรรค์ในการให้บริการแบบใหม่ และการออกแบบสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงเพื่อเพิ่มมูลค่าและความแตกต่าง ก็จะยิ่งทำให้ธุรกิจเพ็ทแคร์ของคุณโดดเด่นมากขึ้น

เศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวลดลงจะมีผลกระทบต่อตลาดแรงงานในอาชีพสัตวแพทย์

สัตวแพทย์ คือ หมอรักษาสัตว์

แค่รักหมาชอบแมวไม่ได้หมายความว่าเราจะรักอาชีพนี้ เริ่มจากถามใจตัวเองว่ารักและสนใจในด้านนี้จริงๆ หมอหมาก็เหมือนหมอคนนั่นแหละต้องทำงานกับสัตว์ป่วย ต้องสัมผัสทั้งเลือด หนอง อึ ฉี่ ของสัตว์ต่างๆที่ป่วย เชื้อโรคที่มากับสัตว์ ความสกปรกที่จะต้องเจอทุกวันๆ นอกจากเมตตาแล้วต้องอดทนและมีจรรยาบรรณในการรักษาสัตว์ เพราะหมามันฟ้องเจ้าของไม่ได้ซะด้วยว่าคุณหมอไม่ได้สนใจตรวจโรคหนูเลย สัตว์พูดไม่ได้ เวลาป่วย ไม่สบาย ไม่สามารถบอกอาการและความเจ็บป่วยของตัวเองเหมือนคน ดังนั้นคุณสมบัติที่สำคัญมากของหมอหมาคือ ใจรักสัตว์และช่างสังเกตเพื่อค้นหาอาการผิดปกติเพื่อที่จะรักษาสัตว์ให้หายดี

ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ทำงานในสถานที่ที่เหมือนกับสำนักงานทั่วไปโดยมีห้องรักษาสัตว์ที่มีเตียงตรวจและอุปกรณ์สำหรับการรักษาหรือบางครั้งต้องออกทำงานนอกสถานที่ในกรณีที่ไม่สามารถนำสัตว์มาที่คลินิกได้ หรือทำงานนอกสถานที่ในกรณีที่ต้องทำงานป้องกันโรคระบาดหรือตรวจเยี่ยมตามบ้านหรือฟาร์มของเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ การตรวจรักษาสัตว์ต้องระมัดระวังสัตว์ที่ดุร้ายหรือกลัวและโกรธ ซึ่งมีโอกาสกัดหรือทำร้ายได้  ผู้ประกอบอาชีพนี้ต้องเข้าใจธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิดเพื่อที่จะได้ทำการตรวจรักษาได้อย่างปลอดภัย

คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ

1. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาสัตวแพทย์ศาสตร์
2. มีนิสัยรักสัตว์และรักที่จะประกอบอาชีพนี้
3. มีทัศนคติที่ดีต่อองค์กรและเพื่อนร่วมงาน
4. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อดทน เพราะในบางครั้งต้องดูแลสัตว์ขนาดใหญ่
5. ต้องมีความสนใจในวิชาชีววิทยาและสามารถสอบได้คะแนนสูงในวิชานี้
6. มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานตรวจโรคและให้การรักษาโดยใช้ยาหรือผ่าตัดสัตว์ที่เจ็บป่วย บาดเจ็บหรือต้องการรับการรักษา
7. มีความละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกตสนใจกระตือรือร้นในการ ทำงาน สนใจแสวงหาความรู้ใหม่ๆ
8. มีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ กล้าตัดสินใจ รับผิดชอบในการทำงาน

ความต้องการผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้

ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนอกจากจะประกอบธุรกิจส่วนตัวแล้ว สถานประกอบกิจการภาคเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์และผู้ประกอบกิจการด้านปศุสัตว์ล้วนแต่ต้องพึ่งสัตวแพทย์ในการดูแลและตรวจรักษาทั้งสิ้น ถ้าปีใดเศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวลดลงจะมีผลกระทบต่อตลาดแรงงานในอาชีพนี้บ้าง ปัจจุบันประเทศไทยรณรงค์ด้านการสงวนพันธุ์สัตว์ป่า จึงมีสัตวแพทย์ประจำโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าที่พลัดหลงหรือบาดเจ็บ ส่วนผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์นั้นมีเพิ่มขึ้นเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นจะต้องทำให้สินค้ามีคุณภาพและปลอดจากโรค ความต้องการสัตว์แพทย์จึงยังคงมีอยู่และอาจเพิ่มมากขึ้น ถ้าการส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้น

ทำธุรกิจออนไลน์ รูปแบบใหม่เป็นรายได้เสริมเพิ่มเงินในกระเป๋า

27
เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีการทำธุรกิจออนไลน์ ทำเป็นรายได้เสริม ด้วยวิธีอันแปลกใหม่ทำง่าย และได้ผลจริงผ่านการทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าสามารถทำเป็นรายได้เสริมเพิ่มเงินในกระเป๋าได้เป็นอย่างดี เราได้เตรียมเครื่องมือไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ สำหรับใช้ในการทำธุรกิจออนไลน์ในครั้งนี้ และได้เตรียมสื่อการสอน สอนวิธีการใช้งานเอาไว้พร้อมแล้ว แล้วคุณล่ะพร้อมที่จะลองแล้วหรือยัง

ทำธุรกิจเสริม ธุรกิจออนไลน์ ..โดยจับกลุ่มผู้ใช้งาน Search Engine
Search Engine เป็นเครื่องมือยอดนิยมอันดับ 1 ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะ Google เป็น Search Engine ที่คนไทยใช้งานมากที่สุด ในแต่ละวันจะมีผู้คนเข้าใช้ Google สำหรับใช้ค้นหาสิ่งต่างๆที่เขาต้องการมากมายแทบนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว คุณเองก็เป็นหนึ่งในนั้นใช่ไหม

คุณรู้ไหมว่าเรายังสามารถใช้ Google เป็นช่องทางสำหรับทำธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจเสริมทำเงินได้ดีอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น เราเปิดร้านค้าขึ้นมาสักร้านแล้วทำให้ร้านค้าของเราติด Top 10 หรือติดในหน้าแรก รับรองขายดิบขายดีแน่นอน

Twitter Marketing  Online Community Marketing ชุมชนออนไลน์แหล่งทำเงินที่มีผู้คนพลุกพล่านมากมาย และทางที่5 Website Classified Marketing ลงประกาศฟรีอีกหนึ่งวิธีไม่ควรพลาด

กลยุทธ์การตลาดธุรกิจ เบื้องต้นที่ต้องตอบคำถามได้


การจะวางกลยุทธ์ธุรกิจและแผนการทำตลาดนั้นจำเป็นต้องทราบข้อมูลต่างๆ เพื่อตอบคำถามอะไรคือสาเหตุที่ลูกค้าจะซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของเรา มากกว่าจะซื้อจากคู่แข่ง คำถามสำคัญในวางกลยุทธ์ มีดังต่อไปนี้

1. ข้อจำกัดในการแข่งขันของกิจการ  กิจการมีข้อจำกัดเรื่องใดบ้างเช่น เงินทุน, แรงงาน, ฤดูกาล, ทำเล ฯลฯ
2. โอกาสในการสร้างกำไร  ธุรกิจของเรา มีคู่แข่งมากแค่ไหน, สู้ได้หรือไม่, ต้นทุนของเราแข่งกันได้ไหม, หากเจอคู่แข่งตอบโต้ทางการค้า เราจะรับมือได้มากน้อยเพียงใด
3. วงจรอายุของสินค้าหรือบริการ ขอบเขตเวลาของช่วงเริ่มการเติบโตของตลาด, ช่วงตลาดขยายตัวเต็มที่, และช่วยตลาดเริ่มถดถอย ระยะเวลาของผลิตภัณฑ์ยาวแค่ไหน, สินค้าตกรุ่นเร็วหรือไม่
4. ความต้องการโดยตรง และความต้องการแอบแฝงของลูกค้า เราควรศึกษาว่าผลิตภัณฑ์และบริการของเราสามารถทำประโยชน์แฝงอื่นๆให้ลูกค้าได้หรือไม่ เช่น เครื่องเล่น mp3 ลูกค้าจะซื้อไปฟังเพลง แต่ความต้องการแฝงก็อาจจะซื้อไปเพื่อใช้บันทึกเสียงได้เป็นต้น
5. แนวทางการจัดจำหน่ายและการกำหนดราคาขาย การกระจายสินค้าสู่ลูกค้ามีประสิทธิภาพแค่ไหน, การกำหนดราคาแพงไปหรือถูกเกินไปหรือไม่
6. กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ฐานะทางการเงิน,รสนิยม, การศึกษา สิ่งเหล่านี้จะกำหนดผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เราจะขายให้กับลูกค้า
7. การกำหนดระดับของตราสินค้า ว่าจะวางอยู่ในระดับใด ซึ่งระดับแตกต่างกันก็จะกลุ่มลูกค้าต่างกัน และยอดขายกับรายได้เราก็จะต่างกัน
8. ควรสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ  เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการได้ และต้องตอบได้ว่าลูกค้าจะรับรู้ถึงความแตกต่างนี้ได้มากแค่ไหน