แหล่งรวมรายชื่อธุรกิจต่างๆที่ได้รับความสนใจ

หากกำลังค้นหาร้านขายสินค้าธุรกิจบริการและต้องการชื้อสินค้าหมวดธุรกิจบริการ

ความสำคัญและความจำเป็นในเชิงธุรกิจของสัตวแพทย์ต่อสัตว์เลี้ยง

ในปัจจุบันบทบาทของสัตวแพทย์ที่นอกเหนือจากการรักษาและดูแลสุขภาพสัตว์ที่เลี้ยงเป็นเพื่อน อาทิ สุนัขหรือแมว หรือปศุสัตว์ต่างๆ ยังมีสัตวแพทย์ที่ดูแลสัตว์ประเภทอื่นๆ ที่มีความสำคัญเช่นกันเช่นสัตว์ป่าทั้งในพื้นที่อาศัย สัตว์ป่าในพื้นที่เพาะเลี้ยงหรือสวนสัตว์ สัตว์เลี้ยงพิเศษ รวมถึงงานการเรียนการสอน และงานวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ชนิดดังกล่าว สัตว์เลี้ยงพิเศษ (exotic pet)ในปัจจุบันนี้เป็นที่นิยมเลี้ยงกันมากขึ้นมาก สัตวแพทย์จึงจำเป็นต้องหาความรู้เพิ่มเติมในแต่ละชนิดสัตว์ที่ประชาชนนิยมเลี้ยงในทุกๆวันนี้ เนื่องจากในสถาบันการศึกษามีชั่วโมงที่จะสอนเรื่องเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงพิเศษค่อนข้างน้อย ดังนั้นนักศึกษาสัตวแพทย์หรือสัตวแพทย์ต้องมีความคิดประยุกต์นำความรู้พื้นฐานที่เรียนมาจากสัตว์อื่นๆ เป็นหลัก ซึ่งไม่ต่างกันในพื้นฐานระหว่างสัตว์ชนิดที่ใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ต้องทบทวนหรือหาความรู้เพิ่มคือ ชีววิทยา พฤติกรรม และความต้องการบางอย่างของสัตว์เลี้ยงพิเศษแต่ละชนิดที่จะต่างจากสุนัขหรือแมวที่ใช้เป็นต้นแบบเวลาเรียนในชั่วโมงเรียนซึ่งในจุดนี้แม้ในการเรียนการสอนในห้องบรรยายจะมีน้อย แต่จำเป็นที่ต้องหาความรู้เพิ่มเติม และอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ควรแทรกความรู้เกี่ยวกับสัตว์พิเศษในชั่วโมงอื่นๆเช่น วิชาฝึกงานคลินิก หรือวิชาอื่นๆเพิ่มเติมด้วย เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนจากปัญหา จากคำถามที่พบจริง เพื่อทำความเข้าใจ มิใช่เพียงเรียนเพื่อความจำไปสอบจากความรู้ในห้องบรรยายเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นบทบาทของสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงพิเศษเพิ่มเติมคือ การให้ความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงพิเศษเชิงรุกต่อผู้เลี้ยง เพราะสื่ออื่นๆมักเข้าถึงผู้เลี้ยงก่อนสัตวแพทย์เสมอ และบางครั้งอาจทำให้เกิดการเลี้ยงสัตว์อย่างไม่ถูกต้องส่งผลถึงสุขภาพของสัตว์ที่เป็นปัญหา บางครั้งกว่าจะมาถึงสัตวแพทย์ก็รักษาหรือแก้ไขได้ยาก ถ้าผู้เลี้ยงได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลี้ยง ไม่ปรับเปลี่ยนธรรมชาติของสัตว์เหล่านี้ สัตว์ก็จะมีสุขภาพดี ส่งผลถึงการทำงานของสัตวแพทย์ที่ง่ายขึ้นตามมา นอกจากนี้วงการสัตวแพทย์สัตว์เลี้ยงพิเศษควรมีการแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่เสมอเนื่องจากเป็นสังคมที่ไม่ใหญ่นัก ถ้ามีเคสที่พบใหม่มาก็มักจะพบเคสใกล้เคียงตามๆกันมา อีกทั้งเมื่อทราบความรู้หรือกระแสใหม่ๆในการเลี้ยงก็ควรแลกเปลี่ยนกันอยู่เสมอ เพื่อให้สัตวแพทย์มีความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงพิเศษซึ่งมักจะมีการนำสัตว์ใหม่ๆ หรือพบเคสใหม่ๆอยู่เสมอ เนื่องจากความคาดหวังของเจ้าของสัตว์ประเภทนี้ค่อนข้างสูง รวมทั้งมักจะมีความรู้ในสัตว์ที่ตนเลี้ยงเป็นอย่างดี สัตวแพทย์จึงต้องมีความรู้ที่แน่นและอธิบายความปกติ และความผิดปกติได้เป็นอย่างดี เจ้าของสัตว์จึงจะไว้ใจให้สัตวแพทย์ดูแลสัตว์ได้

แนวโน้มในการเติบโตของสาขาอาชีพสัตวแพทย์

ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน มีข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่มีการติดต่อจากสัตว์ไปยังคนได้มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เพราะสัตว์ก็เป็นส่วนประกอบหนึ่งของระบบนิเวศ และถือเป็นตัวนำและแพร่เชื้อมาสู่คนได้ ซึ่ง70-80 เปอร์เซ็นต์ มาจากการติดเชื้อจากสัตว์ และในจำนวนหนึ่งก็มาจากโรคที่เกิดจากสัตว์ป่า ทำให้ทุกวันนี้มีโรคใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ อย่างไรก็ตามเราจะไม่สามารถควบคุมโรคได้เลย ถ้าเราไม่มีเหล่าสัตวแพทย์ในการรักษา ดังนั้นสัตวแพทย์จึงเป็นอาชีพหนึ่งที่ช่วยรักษามนุษย์ทางอ้อมผ่านการดูแลรักษาสัตว์ สัตวแพทย์ยังเป็นคณะที่นิยมในหมู่นักศึกษาอยู่ โดยภาพรวมถือว่าไม่ขาดแคลน แต่ในส่วนนี้ยังนิยมที่จะเป็นหมอ ทำให้มีงานว่างหลายตำแหน่ง เช่น นักวิจัยทดลอง การผลิตอาหารสัตว์ แพทย์สัตว์ป่าสัตว์น้ำ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคใหม่ๆที่ติดต่อมาจากสัตว์สู่คน ซึ่งเป็นสาขาอาชีพที่น่าสนใจ และยังไม่มีบุคลากรที่สนใจทางด้านนี้เลย ส่วนหนึ่งที่ทำให้มีคนเรียนน้อย เพราะงานวิจัยในบ้านเรายังไม่ให้ความสำคัญกับสัตวแพทย์ ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในตัวนักศึกษาว่าจะมีงานรองรับตนในด้านการวิจัยหรือไม่ มีโอกาสเติบโตน้อย และส่วนหนึ่งยังเชื่อว่าหมอสัตว์ต้องรักษาเพียงแค่สัตว์เท่านั้น ไม่สามารถเป็นได้มากกว่านี้ ทำให้คนทำงานด้านนี้ยังคงขาดแคลน ผู้ที่จะประกอบอาชีพสัตวแพทย์ควรมีคือการทำเมตตาฆาตหรือในทางแพทย์เรียกว่าการุณฆาต เป็นการทำให้สัตว์จากไปอย่างสงบโดยไม่ทรมาน ใช้กระบวนการทางวิยาศาสตร์ เพราะการเป็นสัตวแพทย์มีหัวใจสำคัญ คือ มุ่งให้เกิดสวัสดิภาพทั้งกายและใจสู่สัตว์ ดังนั้นการทรมานทางด้านร่างกายและจิตใจจึงไม่ควรเกิดขึ้น การทำเมตตาฆาตก็เท่ากับว่าทำให้สัตว์หลับอย่างสบายโดยไม่ทุกข์ทรมาน ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ป็นสิ่งที่ยากต่อการเป็นสัตวแพทย์ มนุษย์อยู่คู่กับสัตว์มาช้านานจะเห็นได้ตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์ สัตว์สามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้ในด้านต่างๆ เช่น เป็นเพื่อนคลายเหงา เป็นเพื่อนเล่นให้กับเด็กๆ หรือสัตว์ที่ใช้ปฐมพยาบาลในต่างประเทศ ส่งผลให้ในสมัยนี้เริ่มมีธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจรับตัดขนสุนัข ธุรกิจรับดูแลสัตว์เลี้ยง ธุรกิจขายเครื่องประดับ หรือเสื้อผ้าสุนัข รวมไปถึงการเปิดคลินิกรักษาสัตว์ที่เราสามารถเห็นได้อยู่ทั่วไป

ธุรกิจอาชีพสัตวแพทย์ อาชีพที่มีโอกาสในการก้าวหน้าสูง

ทุกวันนี้ในวิชาชีพด้านสัตวแพทย์เรียกได้ว่ายังขาดแคลนบุคลากรอีกมาก สาเหตุเพราะเยาวชนที่มีใจรักสัตว์สนใจจะศึกษาต่อด้านสัตวแพทย์ยังมีอยู่น้อย อาจเป็นเพราะงานวิจัยในประเทศไทยยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับสัตวแพทย์เท่าที่ควร ทำให้นิสิต นักศึกษาไม่มั่นใจว่าการเป็นนักวิจัยหรือการทำงานเพื่อสนับสนุนงานด้านสัตวแพทย์นั้นมีโอกาสเติบโตในสายงานมากน้อยเพียงใด และส่วนหนึ่งยังอาจเข้าใจผิดว่าหมอสัตว์ต้องรักษาแต่เพียงสัตว์เท่านั้น ไม่สามารถเป็นอะไรได้มากกว่านี้ ทั้งที่ความจริงตลาดที่รองรับสายงานนี้กว้างมากกว่าที่คิด และสามารถทำประโยชน์ในด้านบริการสังคมได้อย่างกว้างขวาง ประเทศไทยยังต้องการบุคลากรในสาขาสัตวแพทย์อีกมาก เนื่องจากขณะนี้บ้านเราได้เริ่มให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้นทั้งในสัตว์เลี้ยงและสัตว์เศรษฐกิจ อีกทั้งมีการพัฒนาการผลิตยาที่ใช้ในสัตว์ การสร้างผลงานวิจัยต่างๆ  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีสัตวแพทย์เข้ามาทำงานโดยตรง เมื่อประเทศไทยมีผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานสากลแล้วนั่นจะนำไปสู่การปรับทัศนคติของคนไทยส่วนใหญ่ให้เข้าใจถึงบทบาทของสัตวแพทย์ในสังคมมากขึ้น  ในส่วนนี้จะขอยกตัวอย่างหน้าที่ของสัตวแพทย์ในเรื่องการดูแลรักษาสัตว์เลี้ยง การดูแลสัตว์เลี้ยงที่แท้จริงนั้นต้องเริ่มตั้งแต่การเลี้ยงดูโดยเจ้าของที่มีความรัก ความรู้  เข้าใจและเอาใจใส่ในความต้องการและลักษณะของสัตว์แต่ละสายพันธุ์ กุญแจสำคัญคือการดูแลสัตว์ให้มีสุขภาพแข็งแรง และป้องกันไม่ให้เกิดโรค ส่วนการรักษาเป็นแค่ปลายทางสำหรับการดูแลเท่านั้น ซึ่งตรงนี้สัตวแพทย์มีหน้าที่ให้คำแนะนำแก่เจ้าของตั้งแต่การเลี้ยงดูจนถึงการรักษาโรคเพื่อให้สัตว์ที่เราเลี้ยงมีความสุขและสามารถอยู่กับเราไปได้นานๆ ความต้องการผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ  เพราะนอกจากจะประกอบธุรกิจส่วนตัวแล้ว สถานประกอบกิจการภาคเอกชน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์ และผู้ประกอบกิจการด้าน ปศุสัตว์ ล้วนแต่ต้องพึ่งสัตวแพทย์ในการดูแล และตรวจรักษาทั้งสิ้น ถ้าปีใดเศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวลดลงจะมีผลกระทบต่อตลาดแรงงานในอาชีพนี้บ้าง ปัจจุบัน ประเทศไทยรณรงค์ด้านการสงวนพันธุ์สัตว์ป่า เช่น ช้าง เสือ กระทิง จึงมีสัตวแพทย์ประจำโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสัตว์ป่าที่พลัดหลง หรือบาดเจ็บ ส่วนผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์นั้นมีเพิ่มขึ้นเพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตและส่งออกสินค้าประเภทเนื้อสัตว์ไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นจะต้องทำให้สินค้ามีคุณภาพและปลอดจากโรค ความต้องการสัตว์แพทย์จึงยังคงมีอยู่และอาจเพิ่มมากขึ้น ถ้าการส่งออกมีแนวโน้มดีขึ้น อย่างไรก็ตาม มีผู้นิยมเลี้ยงสัตว์ในบ้านเรือนส่วนบุคคลมากขึ้น ความต้องการสัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลหรือคลินิก อาจมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกทั้งโอกาสในการประกอบอาชีพส่วนตัวเป็นไปได้ค่อนข้างสูง เพราะผู้เลี้ยงสัตว์มักนำสัตว์เลี้ยงของตนไปคลีนิกมากขึ้น  เนื่องจากต้องการความสะดวกรวดเร็วในการตรวจและรักษาสัตว์เลี้ยง

ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยงรวมถึงหน้าที่ของสัตวแพทย์ด้วยที่ต้องดูในเรื่องสุขภาพสัตว์

ด้วยสภาพครอบครัวในปัจจุบันที่เปลี่ยนไปเป็นครอบครัวเดี่ยว ทำให้ “ธุรกิจบริการสัตว์เลี้ยง” มีแนวโน้มว่าจะโตขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนหันมาเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นเพื่อนหย่อนใจและเอาไว้เฝ้าบ้าน ทั้งความน่ารักน่าเอ็นดูของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ก็ได้ผูกใจคนเลี้ยง จนต้องให้ความดูแลเอาใจใส่เหมือนหนึ่งสมาชิกครอบครัว เห็นได้ว่า ตอนนี้มีธุรกิจและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงผุดขึ้นมามากมาย ตั้งแต่ที่เพาะพันธุ์สัตว์ โรงพยาบาล สัตวแพทย์ อาหาร รับตัดแต่งขน ของใช้กระจุกกระจิกของสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงบริการที่ผสมผสานสิ่งที่มีอยู่เดิมให้แปลกใหม่ยิ่งขึ้น เช่น เสื้อผ้าสุนัขและแมวดีไซน์เก๋ ร้านกาแฟที่พาสัตว์เลี้ยงไปชิลด้วยได้ บริการเพ็ทแคร์และผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงครบวงจร ฯลฯ ปัจจุบันธุรกิจที่เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมีมูลค่าตลาดประมาณ 10,500 ล้านบาท โดยตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงกินส่วนแบ่งตลาดใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยโรงพยาบาล เวชภัณฑ์ และสุดท้ายคือ บริการด้านสัตว์เลี้ยง ซึ่งกินส่วนแบ่ง 14% ของตลาด (หรือเท่ากับราว 1,400-1,500 ล้านบาท) อย่างไรก็ดี แม้ว่ากระแสการเติบโตของตลาดนี้จะดูรุ่งโรจน์สดใส แต่การจะเริ่มทำธุรกิจด้านเพ็ทแคร์นั้น ก็ควรคำนึงถึงปัจจัยหลายๆ ด้านก่อน ทั้งนี้เพื่อป้องการการเพลี่ยงพล้ำเจ็บตัวจากการลงทุน โดยปัจจัยเกี่ยวข้องที่ว่ามีดังต่อไปนี้ 1. ควรมีที่ปรึกษาด้านการดำเนินธุรกิจ การธนาคาร บัญชี และนักวิชาการสัตว์เลี้ยงด้วย นอกจากนั้นควรอ่านหนังสือ เข้าฝึกอบรม ดูงานร้าน pet shop ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนเปิดร้านจริง 2. […]

เศรษฐกิจมีอัตราการขยายตัวลดลงจะมีผลกระทบต่อตลาดแรงงานในอาชีพสัตวแพทย์

สัตวแพทย์ คือ หมอรักษาสัตว์ แค่รักหมาชอบแมวไม่ได้หมายความว่าเราจะรักอาชีพนี้ เริ่มจากถามใจตัวเองว่ารักและสนใจในด้านนี้จริงๆ หมอหมาก็เหมือนหมอคนนั่นแหละต้องทำงานกับสัตว์ป่วย ต้องสัมผัสทั้งเลือด หนอง อึ ฉี่ ของสัตว์ต่างๆที่ป่วย เชื้อโรคที่มากับสัตว์ ความสกปรกที่จะต้องเจอทุกวันๆ นอกจากเมตตาแล้วต้องอดทนและมีจรรยาบรรณในการรักษาสัตว์ เพราะหมามันฟ้องเจ้าของไม่ได้ซะด้วยว่าคุณหมอไม่ได้สนใจตรวจโรคหนูเลย สัตว์พูดไม่ได้ เวลาป่วย ไม่สบาย ไม่สามารถบอกอาการและความเจ็บป่วยของตัวเองเหมือนคน ดังนั้นคุณสมบัติที่สำคัญมากของหมอหมาคือ ใจรักสัตว์และช่างสังเกตเพื่อค้นหาอาการผิดปกติเพื่อที่จะรักษาสัตว์ให้หายดี ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ทำงานในสถานที่ที่เหมือนกับสำนักงานทั่วไปโดยมีห้องรักษาสัตว์ที่มีเตียงตรวจและอุปกรณ์สำหรับการรักษาหรือบางครั้งต้องออกทำงานนอกสถานที่ในกรณีที่ไม่สามารถนำสัตว์มาที่คลินิกได้ หรือทำงานนอกสถานที่ในกรณีที่ต้องทำงานป้องกันโรคระบาดหรือตรวจเยี่ยมตามบ้านหรือฟาร์มของเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ การตรวจรักษาสัตว์ต้องระมัดระวังสัตว์ที่ดุร้ายหรือกลัวและโกรธ ซึ่งมีโอกาสกัดหรือทำร้ายได้  ผู้ประกอบอาชีพนี้ต้องเข้าใจธรรมชาติของสัตว์แต่ละชนิดเพื่อที่จะได้ทำการตรวจรักษาได้อย่างปลอดภัย คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ 1. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาสัตวแพทย์ศาสตร์ 2. มีนิสัยรักสัตว์และรักที่จะประกอบอาชีพนี้ 3. มีทัศนคติที่ดีต่อองค์กรและเพื่อนร่วมงาน 4. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อดทน เพราะในบางครั้งต้องดูแลสัตว์ขนาดใหญ่ 5. ต้องมีความสนใจในวิชาชีววิทยาและสามารถสอบได้คะแนนสูงในวิชานี้ 6. มีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานตรวจโรคและให้การรักษาโดยใช้ยาหรือผ่าตัดสัตว์ที่เจ็บป่วย บาดเจ็บหรือต้องการรับการรักษา 7. มีความละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกตสนใจกระตือรือร้นในการ ทำงาน สนใจแสวงหาความรู้ใหม่ๆ 8. มีความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ กล้าตัดสินใจ รับผิดชอบในการทำงาน ความต้องการผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ ขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนอกจากจะประกอบธุรกิจส่วนตัวแล้ว […]

ทำธุรกิจออนไลน์ รูปแบบใหม่เป็นรายได้เสริมเพิ่มเงินในกระเป๋า

เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีการทำธุรกิจออนไลน์ ทำเป็นรายได้เสริม ด้วยวิธีอันแปลกใหม่ทำง่าย และได้ผลจริงผ่านการทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าสามารถทำเป็นรายได้เสริมเพิ่มเงินในกระเป๋าได้เป็นอย่างดี เราได้เตรียมเครื่องมือไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ สำหรับใช้ในการทำธุรกิจออนไลน์ในครั้งนี้ และได้เตรียมสื่อการสอน สอนวิธีการใช้งานเอาไว้พร้อมแล้ว แล้วคุณล่ะพร้อมที่จะลองแล้วหรือยัง ทำธุรกิจเสริม ธุรกิจออนไลน์ ..โดยจับกลุ่มผู้ใช้งาน Search Engine Search Engine เป็นเครื่องมือยอดนิยมอันดับ 1 ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะ Google เป็น Search Engine ที่คนไทยใช้งานมากที่สุด ในแต่ละวันจะมีผู้คนเข้าใช้ Google สำหรับใช้ค้นหาสิ่งต่างๆที่เขาต้องการมากมายแทบนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว คุณเองก็เป็นหนึ่งในนั้นใช่ไหม คุณรู้ไหมว่าเรายังสามารถใช้ Google เป็นช่องทางสำหรับทำธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจเสริมทำเงินได้ดีอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น เราเปิดร้านค้าขึ้นมาสักร้านแล้วทำให้ร้านค้าของเราติด Top 10 หรือติดในหน้าแรก รับรองขายดิบขายดีแน่นอน Twitter Marketing  Online Community Marketing ชุมชนออนไลน์แหล่งทำเงินที่มีผู้คนพลุกพล่านมากมาย และทางที่5 Website Classified Marketing ลงประกาศฟรีอีกหนึ่งวิธีไม่ควรพลาด

กลยุทธ์การตลาดธุรกิจ เบื้องต้นที่ต้องตอบคำถามได้

การจะวางกลยุทธ์ธุรกิจและแผนการทำตลาดนั้นจำเป็นต้องทราบข้อมูลต่างๆ เพื่อตอบคำถามอะไรคือสาเหตุที่ลูกค้าจะซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของเรา มากกว่าจะซื้อจากคู่แข่ง คำถามสำคัญในวางกลยุทธ์ มีดังต่อไปนี้ 1. ข้อจำกัดในการแข่งขันของกิจการ  กิจการมีข้อจำกัดเรื่องใดบ้างเช่น เงินทุน, แรงงาน, ฤดูกาล, ทำเล ฯลฯ 2. โอกาสในการสร้างกำไร  ธุรกิจของเรา มีคู่แข่งมากแค่ไหน, สู้ได้หรือไม่, ต้นทุนของเราแข่งกันได้ไหม, หากเจอคู่แข่งตอบโต้ทางการค้า เราจะรับมือได้มากน้อยเพียงใด 3. วงจรอายุของสินค้าหรือบริการ ขอบเขตเวลาของช่วงเริ่มการเติบโตของตลาด, ช่วงตลาดขยายตัวเต็มที่, และช่วยตลาดเริ่มถดถอย ระยะเวลาของผลิตภัณฑ์ยาวแค่ไหน, สินค้าตกรุ่นเร็วหรือไม่ 4. ความต้องการโดยตรง และความต้องการแอบแฝงของลูกค้า เราควรศึกษาว่าผลิตภัณฑ์และบริการของเราสามารถทำประโยชน์แฝงอื่นๆให้ลูกค้าได้หรือไม่ เช่น เครื่องเล่น mp3 ลูกค้าจะซื้อไปฟังเพลง แต่ความต้องการแฝงก็อาจจะซื้อไปเพื่อใช้บันทึกเสียงได้เป็นต้น 5. แนวทางการจัดจำหน่ายและการกำหนดราคาขาย การกระจายสินค้าสู่ลูกค้ามีประสิทธิภาพแค่ไหน, การกำหนดราคาแพงไปหรือถูกเกินไปหรือไม่ 6. กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ฐานะทางการเงิน,รสนิยม, การศึกษา สิ่งเหล่านี้จะกำหนดผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เราจะขายให้กับลูกค้า 7. การกำหนดระดับของตราสินค้า ว่าจะวางอยู่ในระดับใด ซึ่งระดับแตกต่างกันก็จะกลุ่มลูกค้าต่างกัน และยอดขายกับรายได้เราก็จะต่างกัน 8. ควรสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ  เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการได้ และต้องตอบได้ว่าลูกค้าจะรับรู้ถึงความแตกต่างนี้ได้มากแค่ไหน

« go back

About

This is an area on your website where you can add text. This will serve as an informative location on your website, where you can talk about your site.

Subscribe to our feed

Search

Admin